Market

InnovestX คาดหวังสงครามใกล้ยุติ หนุน SET รีบาวด์
10 มี.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (10 มี.ค.)  บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET รีบาวด์ หนุนจาก ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามใกล้ยุติ-ยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมัน ส่งผลราคาน้ำมันดิบหลุด $90/bbl คลายกังวลเงินเฟ้อ วันนี้จับตาการประชุม G7 หาข้อสรุปการระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน ส่วนในประเทศติดตามการประชุม ครม. พิจารณามาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ทางเทคนิคดัชนีลงมาทดสอบโซนจุดต่ำเดิมบริเวณ 1335 แล้วดีดกลับ มองว่าหากไม่หลุดโซนดังกล่าวน่าจะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง แนวรับ 1370/1360 แนวต้าน 1410/1430

 

ประเด็นสำคัญ

• วานนี้ (9 มี.ค.) กลุ่มประเทศ G7 และ IEA หารือร่วมกันเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันดิบจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันซึ่งมีมากถึง 1.2 พันล้านบาร์เรล หลังราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสู่ระดับ US$120 ต่อบาร์เรล ประเด็นดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความกังวลอุปทานน้ำมันชะงักและทำให้ราคา Brent ผ่อนคลายลงสู่ระดับต่ำกว่า US$100 ต่อบาร์เรล แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

 

• ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงในไม่ช้า และพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน เพื่อช่วยลดความผันผวนของตลาดพลังงาน ประเด็นดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดบรรยากาศการลงทุน ทำให้ราคาน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องและตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัว

 

• รัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน เช่น การจูงใจใช้ E20 แทน E10 โดยการลดราคาและทยอยปรับขึ้นราคาเบนซินแบบขั้นบันได, ขยายเวลาตรึง LPG อีก 2 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดใน มี.ค. 2569, เตรียมกู้เงินสำหรับกองทุนน้ำมันฯ เพื่ออุดหนุนราคาน้ำมัน และ การปรับสัดส่วนไบโอดีเซลเป็น B7 แทน B5 เริ่ม 14 มี.ค. นี้ ซึ่งมองเป็นบวกต่อผู้ผลิตไบโอดีเซล เช่น GGC BBGI EA และ PTG

 

• ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดพลิกขาดดุล 786 ลบ. จากสัปดาห์ก่อน เป็นผลจากการอุดหนุนราคาดีเซลเพื่อตรึงราคาขายปลีกที่ 29.94 บาท/ลิตร โดยกองทุนน้ำมันฯ ต้องอุดหนุนลิตรละ 11.73 บาท/ลิตร และมีรายจ่ายเฉลี่ยประมาณ 700 บาท/วัน ประเด็นดังกล่าวคงเป็นปัจจัยกดดันต่อค่าการตลาดและธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน

 

• นายกฯ เผยได้รับแจ้งว่าในวันที่ 14 มี.ค. 2569 จะมีรัฐพิธีเปิดรัฐสภาฯ และจะมีการประชุมสภาวันแรกในวันที่ 15 มี.ค. เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภา และคาดว่าจะโหวตเลือกนายกฯ ได้ในช่วงวันที่ 18-19 มี.ค. และตามด้วยการจัดตั้ง ครม. ส่วนแหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเผยว่าโผ ครม. เริ่มมีความชัดเจน

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมองวิกฤติในตะวันออกกลางกำลังยกระดับเข้าสู่ Scenario 3 (สงครามยืดเยื้อและขยายตัวระดับภูมิภาค) ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้ง SET จะเข้าสู่ภาวะ Bear Market และเสี่ยงเกิดแรงเทขายหนัก (Forced Sell) เพื่อโยกเงินไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน (Safe Haven) อาทิ ทองคำ, USD และตราสารหนี้ระยะสั้น ส่วน GDP ไทยและ EPS SET ที่เดิมคาด 1.7% และ 95.7 บาท จะลดลงเป็น 1.1% และ 91 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า ซึ่งเป็นระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่ จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด อย่างไรก็ดี มีโอกาสค่า Equity Risk Premium  จะสูงขึ้น (Yield Gap แคบลง) จนทำให้ Valuation ถูก De-rating ลงไปเทรดที่ PER 12 เท่าในกรณีเลวร้ายที่สุด (Worst-case) ที่ระดับ 1100 จุด เพื่อสะท้อนเงินทุนที่ไหลออกอย่างรุนแรงได้ (ในอดีต SET เคยลงไปแตะระดับ 12 เท่าในช่วงวิกฤตหนักๆ เช่น COVID-19)

 

Daily Top Picks

GULF: ปัจจัยกระตุ้นสั้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลางมีสัญญาณผ่อนคลาย และการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความชัดเจน คาดเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ ผลประกอบการปี 69 คาดโตจากกำลังการผลิตใหม่, Capacity Payment ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และเงินปันผลจาก KBANK เป้าหมายสั้นที่ 57.00 บาท

 

BBL: ปัจจัยกระตุ้นสั้นจากราคาหุ้นผันผวนต่ำกว่าตลาดในช่วงตะวันออกกลางตึงเครียด และคาดจะฟื้นตัวหลังสถานการณ์มีสัญญาณผ่อนคลาย และเพิ่มอัตราจ่ายเงินปันผลเป็น 41% (เดิม 30-40%) ทำให้การจ่ายปันผลจากผลประกอบการช่วง 2H68 ที่ 8 บาท/หุ้น หรือ Div. Yield ที่ 4.8% ขึ้น XD วันที่ 22 เม.ย. เป้าหมายสั้นที่ 171 บาท

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com