Market

เอสซีจี ขยายธุรกิจใหม่ ทุ่มงบ 1 แสนล้านบาท ลุยลงทุนทั่วโลกใน 5 ปี เสิร์ฟโซลูชั่น 5 เมกะเทรนด์
13 ธ.ค. 2565

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี (หุ้น SCC) เปิดเผยว่า กล่าวว่า ในช่วงที่่ผ่านมา โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาคธุรกิจเผชิญกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงและต้องปรับตัวให้ทันต่อกระแสโลกและความต้องการของตลาดที่ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ขณะทีภาคธุรกิจประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนพลังงานสูง จึงต้องนำดิจิทัลเทคโนโลยี พลังงานสะอาดมาใช้ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น ขณะเดียวกันต้องดูแลสังคม สิ่งแวดล้อมให้ดีเพื่อส่งต่อทรัพยากรให้คนรุ่นถัดไป เอสซีจีจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมโซลูชันแห่งอนาคตให้ตรงกับความต้องการใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคได้ใช้ชีวิตอย่างประหยัด ปลอดภัย สะดวก รักษ์โลก ประกอบด้วย พลังงานสะอาดครบวงจร สุขภาพและการแพทย์  สมาทโลจิสติกส์ นวัตกรรมสีเขียว สมาร์ทลิฟวิ่ง และหุ่นยนต์อัจฉริยะ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอาเซียนและโลกในอนาคต เอสซีจีจึงมีแผนขยายโครงการลงทุนต่างๆทั่วโลกด้วยงบลงทุน 100,000 ล้านบาท ในระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2566-2570)

 

"งบลงทุน 5 ปี จะแบ่งเป็นการลงทุนในโครงการเก่าสัดส่วน 60% และโครงการใหม่ 40%  เพราะสถานการ์ในปีหน้า เรายังเจอกับเรื่องของราคาพลังงาน และปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ (สงครามรัสเซีย-ยูเครน) ที่มีแต่ยืดเยื้อมากขึ้น ซึ่งจะต้องอยู่มันไปอีก 1-2 ปี และแม้ 2 ปัญหานี้จบ ก็จะมีปัญหาอื่นกลับมา เพียงแต่ตอนนี้ปัญหาที่มีอยู่เดิมถูกลดความสำคัญไป หากปัญหาเดิมกลับมาอีก ก็จะกระทบอีกอยู่ดี ดังนั้น เทรนด์การใช้พลังงานสะอาด จะตอบโจทย์แก้ปัญหาต้นทุนพลังงานสูงได้อย่างมาก เพราะที่ผมห่วงมากๆ คือความผันผวนของราคาพลังงาน หากใช้พลังงานสะอาดได้จะมีต้นทุนที่ถูกลง  เราจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมโซลูชั่น เพราะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูง จะสร้างความเติบโตและแข็งแกร่งให้เอสซีจี " 

 

 

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ปัจจุบันราคาพลังงาน ทั้งถ่านหิน น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ ยังคงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นปัญหาต้นทุนสูงในระยะยาว เนื่องจากผู้ผลิตพลังงานแบบดั้งเดิม มีปัญหาเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์  ทำให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวเรื่องการลดต้นทุนพลังงาน การหันมาใช้พลังงานทางเลือกสัดส่วนเพิ่มขึ้น  เอสซีจีงได้พัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดครบวงจร ซึ่งหลักๆที่ทำแล้ว ยังมีพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์ รูฟ สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัย โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มอาคารขนาดใหญ่ กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มโรงแรม และห้างสรรพสินค้า ด้วยโซลูชั่นพลังงานสะอาดครบวงจรในรูปบบ Smart Grid Smart Platform  โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตกว่า  195 เมกะวัตต์ โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 3,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี

 

พร้อมกันนี้ เอสซีจีก็มุ่งพัฒนาพลังงานชีวมวลคุณภาพสูง (biomass) จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น กะลาปาล์ม เหง้ามัน ต้นปาล์ม ใยปาล์ม ใบอ้อย และเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในโรงงานซีเมนต์ มุ่งสู่ Net Zero นอกจากนี้ยังพัฒนาเป็นพลังงานชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) เพื่อใช้แทนถ่านหิน เพื่อสร้างโอกาสให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเชื้อเพลิงสะอาดภายในปี 2570  รวมทั้งพลังงานลม และอยู่ระหว่างการศึกษาพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่มีศักยภาพ เช่น ไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) รวมถึงโซลูชั่นด้านยานยนต์ไฟฟ้า(EV Solution Platform) นำโดย อะเซทิลีนแบล็ค (Acelylene Black) ใช้เป็นส่วนประกอบในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จไฟสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และ EV Fleet Solution ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การจัดหายานยนต์ไฟฟ้า ประกันภัย ซ่อมบำรุง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 

 

"โดยเอสซีจี คาดว่า 1-2 ปีนี้ จะใช้พลังงานสะอาดสัดส่วน 40-50% ทดแทนการใช้ถ่านหินในโรงงานผลิตซีเมนต์ และจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 70%ในปี   2573 และจะใช้เต็ม 100% ได้ภายในปี 2593" นายธรรมศักดิ์กล่าว

 

ทั้งนี้ เอสซีจี มีความพร้อมเสนอโซลูชั่นพลังงานสะอาดครบวงจรให้แก่ลูกค้า ภายใต้บริษัท เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ ซึ่งมีนวัตกรรมเด่น 2 เรื่อง สำหรับภาคอุตสาหกรรม ได้แก่  Smart Grid Smart Platform เครือข่ายอัจฉริยะจัดการซื้อ-ขายพลังงานสะอาดระหว่างโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมภายในกริดเดียวกัน ซึ่งสะดวกและคุ้มค่า 2.นวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูง พัฒนานวัตกรรม Heat Battery หรือ Thermal Energy Storage  ประสิทธิภาพสูง สามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานความร้อน กักเก็บความร้อนไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด ช่วยให้โรงงานมีพลังงานไว้ใช้ ป้องกันปัญหาพลังงานขาดแคลน  ซึ่งจะลงทุนต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไออนและมีประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงานสูงกว่าด้วย

 

 

นายรุ่งโรจน์ กล่าวต่อว่า เอสซีจีมุ่งพัฒนาโซลูชั่นพลังงานสะอาดแล้ว  ยังมุ่งพัฒนาโซลูชันสุขภาพและการแพทย์ (Health and Medical Solutions) ตอบโจทย์เทรนด์ดูแลสุขภาพ และสังคมผู้สูงอายุ  โดยวางแผนขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Supplies and Labware) กว่า 15,000 รายการ โดย SCGP เข้าถือหุ้น Deltalab ประเทศสเปน อาทิ Deltaswab ที่เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากร่างกาย และ Cryoinstant หลอดน้ำยาสำหรับเก็บรักษาตัวอย่างเชื้อด้วยความเย็น   และเม็ดพลาสติกเพื่อการแพทย์ SCGC™ PP และ PVC สำหรับผลิตอุปกรณ์การแพทย์และเภสัชกรรม อาทิ กระบอกเข็มฉีดยา สายและถุงน้ำเกลือ ถุงเลือด รวมถึงโซลูชันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย อาทิ รถเข็นจ่ายยาอัจฉริยะ ถังทิ้งเข็มฉีดยา รถเข็นผู้ป่วย แคปซูลขนส่งผู้ป่วยทางอากาศ และหน้ากากอนามัยภายใต้แบรนด์ VAROGARD

 

ตามด้วยการพัฒนาดิจิทัลโลจิสติกส์ครบวงจร (Digital logistics) บริการขนส่งและซัพพลายเชนครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน  โดย SCGJWD ให้บริการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ขนส่งหลากหลายทั้งทางบก เรือ ราง อากาศ รองรับสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อาทิ วัคซีน ยา งานศิลปะมูลค่าสูง รถยนต์ อาหารแช่แข็ง สินค้าอันตราย พร้อมเครือข่ายครอบคลุมทั่วอาเซียนและจีน

 

นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมกรีน (Green Solutions) ลดใช้ทรัพยากร ส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ ภายใต้ฉลาก SCG Green Choice จำนวน 232 รายการ ตั้งเป้าเพิ่่มสัดส่วนยอดขายจาก  50 % เป็น 67% ภายในปี 2573 รวมทั้งด้านเทคโนโลยีก่อสร้างครบวงจรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม CPAC Green Solution ยกระดับวงการก่อสร้าง สร้างเสร็จไว ลดวัสดุเหลือทิ้ง ประหยัดต้นทุนแรงงาน อาทิ CPAC Drone Solution, CPAC BIM, CPAC 3D Printing และ CPAC Bridge Solution ตั้งเป้าเติบโต 30% ในปี  2566

 

สำหรับนวัตกรรมพลาสติกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCGC GREEN POLYMER ทั้ง 4 โซลูชัน ได้แก่ ลดการใช้ทรัพยากร  ออกแบบให้รีไซเคิลได้ นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ และย่อยสลายได้ เช่น บรรจุภัณฑ์ของใช้ในบ้าน/เครื่องสำอาง แผ่นฟิล์มเคลือบบรรจุภัณฑ์อาหาร (LDPE Coating film) EcoBioPlas นวัตกรรมเร่งการย่อยสลายของพอลิโพรพิลีน หรือ PP ช่วยกระตุ้นการย่อยสลายทางชีวภาพ แก้ปัญหาพลาสติกที่หลุดรอดไปสู่ธรรมชาติ 

 

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า SCGC ลงทุนใน KRAS Group ผู้นำด้านการจัดการวัสดุเหลือใช้ครบวงจรจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล อีกทั้ง ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ Braskem ผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพระดับโลกจากประเทศบราซิล เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพในไทย เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกประเภทไบโอ-พอลิเอทิลีน (Bio-Based Polyethylene) หรือ Bio-PE  ส่วนนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร Fest by SCGP และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ถาดกระดาษสำหรับอาหารสดแช่เย็นที่นำไปรีไซเคิลได้ ช่วยรักษาความสด สะอาด ปลอดภัยของอาหาร รวมทั้งนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ OptiBreath® ที่เก็บและยืดอายุผักผลไม้ และลดปัญหาขยะอาหาร

 

ด้านสมาร์ทลิฟวิ่ง (Smart Living Solutions) จะเป็นโซลูชันเพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวก สบาย สุขภาพดี ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ จะเป็นโซลูชันเพื่ออากาศสะอาดและประหยัดพลังงาน สำหรับกลุ่มอาคาร (Smart Building) ได้แก่ SCG Bi-ion และSCG HVAC Air Scrubber ติดตั้งแล้วที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่จัดการประชุม APEC 2022 Thailand ห้างสรรพสินค้า อาทิ เทอร์มินอล 21  ,ศิริราช ฯลฯ และสถาบันการศึกษา อาทิ วชิราวุธวิทยาลัย กลุ่มที่อยู่อาศัย บ้าน/คอนโดฯ (Smart Home Solution) ได้แก่ SCG Active Air Quality และ SCG Active AIRflow™ System โซลูชันการถ่ายเทอากาศและระบายความร้อน โดยควบคุมผ่านเทคโนโลยีระบบ Trinity  นอกจากนี้ยังมีระบบดูแลสุขภาพและความปลอดภัยด้วย DoCare เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อบ้านกับโรงพยาบาล ส่งข้อมูล ติดตามอาการ-ปรึกษาแพทย์แบบเรียลไทม์ (Real time) พร้อมระบบขอความช่วยเหลือ แจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ เช่น หกล้ม 

 

ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อความเป็นอยู่ให้ง่ายและสบายยิ่งขึ้น เช่น COTTO X ONE ก๊อกน้ำอัจฉริยะพูดได้ มีระบบสั่งการเปิด-ปิดด้วยเสียง “Voice Interface” ประหยัดน้ำ และลดการสัมผัสที่เสี่ยงต่อเชื้อ และ BCI (brain-computer interface) สำหรับผู้ป่วยอัมพาต ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลสภาพการอยู่อาศัย และอุปกรณ์ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยสามารถติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้างได้สะดวกขึ้น 

 

หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Artificial Intelligence Solutions) ลดต้นทุน เวลา แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต  ซึ่งSmart Farming ครบวงจร ที่เติบโตในช่วงที่ผ่านมา 20% โดยสยามคูโบต้า ส่งเสริมเกษตรกร เพิ่มผลผลิต เพาะปลูกแม่นยำ ประหยัดต้นทุน ด้วยเทคโนโลยี IoT อาทิ รถปลูกผักอัตโนมัติ แทรกเตอร์ไร้คนขับ ทั้งนี้ ยังมีแทรกเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสะอาด ชาร์จไฟได้รวดเร็ว ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  นอกจากนี้ยังมี เครื่องจักรกล-ออโตเมชั่น ให้บริการออกแบบ ผลิตเครื่องจักรกลให้โรงงานต่างๆ ที่มีความต้องการที่หลากหลาย ให้ใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ตั้งแต่กระบวนการผลิต ประกอบ บรรจุ ลำเลียงและระบบคลังสินค้า อาทิ เครื่องจักรกลช่วยไลน์ประกอบรถยนต์  หุ่นยนต์ช่วยจัดเรียงสินค้า และเครื่องคัดแยกกุ้ง  

 

“ผมเชื่อมั่นว่า ทุกโซลูชันที่เอสซีจีพัฒนาขึ้น จะช่วยให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตอย่างประหยัด ปลอดภัย สะดวก และยังส่งต่อทรัพยากรให้คนรุ่นถัดไปตามแนวทาง ESG 4 Plus อีกทั้ง ยังคงมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนานวัตกรรมโซลูชันใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” นายรุ่งโรจน์ กล่าวปิดท้าย  


 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com