Market

THAI เซ่นพิษน้ำมันพุ่ง 2 เท่า ยอดจองตั๋วลด ฉุดรายได้ 2 ไตรมาส คาดปีนี้หลุดเป้า 2 แสนล้าน สัปดาห์นี้ชงบอร์ดงัดแผนฝ่าวิกฤติตะวันออกกลาง ลั่นกำเงินสด1.2 แสนลบ. เอาอยู่แน่!
21 มี.ค. 2569

"การบินไทย” รับสภาพต้นทุนน้ำมันพุ่ง 2 เท่า ยอดจองตั๋วลด 10%  ฉุดผลดำเนินงาน 2 ไตรมาสแรกนี้แน่ๆ เสี่ยงหลุดเป้ารายได้ทั้งปี  2 แสนล้าน  สัปดาห์นี้ชงบอร์ด์ถกแผนรับมือวิกฤติตะวันออกกลางยืดเยื้อ งัดมาตรการ "คุมต้นทุนค่าใช้จ่าย-ปรับขึ้นค่าตั๋ว-ปรับความถี่การบิน-ชะลอแผนลงทุน" ย้ำมีสภาพคล่องมากกว่า 1.2 แสนล้าน เอาอยู่จนถึงสิ้นปีนี้ 

 

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น THAI เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนอย่างมาก ซึ่งต้นทุนราคาน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากก่อนเกิดสงครามฯอยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเป็น 220 ดอลลาร์ฯต่อบาร์เรล ซึ่งต้นทุนน้ำมันที่พุ่งขึ้นอาจจะกระทบต่อผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกนี้ แม้ว่าได้เริ่มทะยอยปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 10-15% แล้วก็ตาม และอาจจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 นี้ด้วย  เนื่องจากเริ่มเห็นยอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า (Booking)ลดลงราว 10%จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ ปัจจุบัน อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin factor) เฉลี่ย 90%  ขณะที่ด้านต้นทุนน้ำมัน การบินไทยได้มีการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ราว 50%ของปริมาณการใช้น้ำมันไว้อยู่แล้วจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ หากสถานการณ์ในอิหร่านยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของผลการดำเนินงานบริษัท โดยการบินไทยตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2569 นี้ อยู่ที่ 2 แสนล้านบาทเติบโต 5%จากปีก่อน

 

อย่างไรก็ตาม การบินไทยยังคงเดินหน้าทำการบินตามปกติ แต่อาจมีปรับเปลี่ยนบางเส้นทางบ้าง พร้อมมั่นใจว่า การบินไทยมีสถานะทางการเงินมั่นคง ด้วยกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2568 ถืออยู่ 1.2 แสนล้านบาทสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งธุรกิจสายการบิน สิ่งจำเป็นที่สุดคือการมีเงินสดในมือพร้อมรองรับความไม่แน่นอนต่างๆ ส่วนเรื่องการทำ Hedging  น้ำมันนั้น คงจะทำมากนักไม่ได้ เนื่องจากหากราคาน้ำมันปรับลงมา  อาจก่อให้เกิดภาวะขาดทุนได้  จึงต้องหันมาทำเรื่องการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็น โดยการบินไทยได้ทำแผนรับมือวิกฤติ (crisis management)หากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ซึ่งจะเสนอคณะกรรมการของการบินไทยพิจารณาในสัปดาห์นี้ด้วย

 

"สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางในตอนนี้ไม่หนักหนาเท่าช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด-19 ที่ไม่สามารถทำการบินใดๆได้เลย เราเคยเฉียดตายมาแล้วช่วงโควิด และฟื้นฟูขึ้นมาได้ การบินไทยกลับมาแข็งแกร่ง วันนี้มีกระแสเงินสดมากกว่า 1.2 แสนล้านบาท เชื่อว่าเอาอยู่จนถึงสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ได้เตรียมแผนมาตรการรับมือในระยะสั้น ทั้งการลดต้นทุนต่างๆ ปรับความถี่เส้นทางบินหรืออาจปิดจุดบินบางเมือง ปรับขึ้นค่าตั๋วและค่าธรรมเนียมต่างๆให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ชะลอการลงทุนที่ไม่จำเป็น เพื่อรักษากระแสเงินสดให้มากที่สุด แต่ตัวเครื่องบินยังตามแผนรับมอบ 102 ลำตามแผนเดิม ซึ่งเตรียมจะเสนอแผนรองรับวิกฤติ หรือ crisis management ให้บอร์ดการบินไทยพิจารณาในสัปดาห์นี้"นายชาย กล่าว

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com