แนวโน้มตลาดวันนี้ (26 มิ.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งพักตัว ตลาดยังรอปัจจัยใหม่ๆ หนุน โดยน่าจะยังเป็นการสลับกลุ่ม sector rotation จากหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ที่คาดได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่ม Tech สหรัฐฯ ที่ลดลงวานนี้ ไปยังหุ้นที่ยัง Laggard ขณะที่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ราบรื่นนักหลังเกิดเหตุเรือสินค้าถูกอิหร่านโจมตี อาจส่งผลกระทบต่อการเร่งเปิดเส้นทาง อย่างไรก็ตามมองเป็นปัจจัยช่วงสั้น ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์จากกรอบล่าง uptrend แต่ยังขาดแรงส่ง ทําให้ภาพการฟื้นตัวยังดูไม่ชัดเจนนัก
ประเด็นสําคัญ
• เมื่อคืนนี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดกลับสู่ระดับ US$75/bbl หลังเรือสินค้าถูกโจมตีใกล้โอมาน ขณะที่อิรักขู่ถอนตัวจาก OPEC หากไม่ได้เพิ่มโควตาการผลิตสะท้อนรอยร้าวใน OPEC มองความไม่แน่นอนของอุปทานยังสร้างความผันผวนต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แนะนำเพียงเก็งกำไรระยะสั้นตามรอบราคา
• สหรัฐฯ เผย Core PCE พ.ค. 69 โต 3.4%YoY ตามคาดและสูงสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 67 ส่วนการใช้จ่ายส่วนบุคคล +0.7%MoM สูงกว่าคาด สะท้อนการบริโภคที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับ GDP 1Q69 ที่ +2.1%QoQ สูงกว่าประมาณการครั้งก่อนและเร่งตัวขึ้นจาก 4Q68 ซึ่งตลาดมองลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้
• มูลค่าส่งออกไทย พ.ค. 69 โต 10.6%YoY สู่ระดับ US$3.4 หมื่นล้าน หนุนจากสินค้าเกี่ยวกับ AI และ Data Center ส่วนมูลค่านำเข้าโต 35.1%YoY ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในห่วงโซ่อุปทานเกี่ยวกับชิ้นส่วนอิเล็กฯ, EV และพลังงานสะอาด ด้าน สนค. ตั้งเป้าส่งออกปีนี้ขยายตัวราว 8% มองบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
• รมว. พลังงานเผยแผน PDP2026 เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero 2050 เช่น มุ่งเป้าพลังงานสะอาดไม่น้อยกว่า 60%, บรรจุนิวเคลียร์ SMR, ส่งเสริม Solar Rooftop และเปิดทาง Direct PPA รองรับดีมานด์ Data Center กว่า 30,000MW คาดแผนเสร็จ ส.ค.-ก.ย. นี้ มองบวกต่อกลุ่มนิคมและโรงไฟฟ้า
• ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งปรับปรุงกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เข้มข้นกำกับ-บังคับใช้กฎหมาย ครอบคลุมขายชอร์ต สกัดธุรกรรมฉ้อฉล หวังสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน มองเป็น Sentiment บวกระยะยาวต่อเสถียรภาพตลาดทุนไทย ช่วยลดความผันผวนและหนุน Fund Flow ให้กลับเข้าซื้อสะสมหุ้นกลุ่ม Big-cap
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ 1,550-1,620 โดยคาด Upside จะถูกจำกัดจากท่าทีเฟดที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง และความไม่แน่นอนในการยุติสงครามหลังยังมีการสู้รบระหว่างอิสราเอลและเลบานอน อย่างไรก็ดี มองมีโอกาสที่เม็ดเงินจะสลับหมุนเข้าสู่กลุ่ม Real Sector ที่ราคายัง Laggard ซึ่งน่าจะช่วยประคองตลาดและชดเชยแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับขึ้นแรงช่วงก่อนหน้า โดยหากพิจารณา Valuation SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี P/E 26F อยู่ที่ราว 13x (-1SD) สะท้อนว่าหุ้นส่วนใหญ่ยังปรับขึ้นจำกัด ส่วนการประชุม กนง. ได้มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก PDP2026 ที่มีความคืบหน้าด้านรายละเอียดและกำหนดการ ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับลง และคาดจะเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Data Center, การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการทำ Asset Monetization ในเครือ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.75 บาท
PR9: ปัจจัยกระตุ้นจากการเริ่มฟื้นตัวของตลาดผู้ป่วยตะวันออกกลางตามสถานการณ์สงครามที่คลี่คลาย ขณะที่ราคาหุ้น Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่มการแพทย์และกลุ่มท่องเที่ยว Valuation น่าสนใจที่ PE 2569F ที่ 16x คาดผลประกอบการจะทำจุดต่ำสุดใน 2Q69 และจะเริ่มพลิกฟื้นตัวใน 2H69 เป้าหมายระยะสั้นที่ 18.20 บาท