Market

InnovestX คาด SET แกว่งลง ขาดปจจัยหนุนนําใหม่
13 พ.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (13 พ.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งซึมลง ปัจจัยแวดล้อมค่อนไปในเชิงลบจากความกังวลเงินเฟอสหรัฐฯ สูงเกินคาด รวมทั้งข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านที่เริ่มไม่แน่นอน ส่วนประเด็นการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในที่ประชุมรัฐสภาวันพรุ่งนี้คาดชะลอออกไปก่อน หลังประธานสภาฯ ส่งศาล รธน.เพื่อวินิจฉัยภายใน 60 วัน แต่ประเมินว่าไม่น่ากังวล เนื่องจากพ.ร.ก.ประกาศลงในราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้แล้วโครงการต่างๆ ของรัฐบาลน่าจะเดินหน้าต่อ ทางเทคนิคหากดัชนีหลุด 1480 เปนสัญญาณที่ไม่ดี

 

ประเด็นสำคัญ

• ภาวะเงินเฟ้อสหรัฐฯ เม.ย. 69 ขยายตัวสู่ระดับ 3.8%YoY สูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี นำโดยพลังงาน รวมถึงอาหาร, ที่พัก และอื่นๆ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานขยายตัว 2.8%YoY ซึ่งสูงกว่ากรอบเป้าหมายของเฟด ขณะที่รายได้รายชั่วโมงปรับลดลง 0.3%YoY ซ้ำเติมความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต

 

• นายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงสร้างค่าไฟฟ้ารับซื้อจากเอกชน โดยเฉพาะค่าความพร้อมจ่าย (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและลดภาระประชาชน มองเป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (GPSC, BGRIM)

 

• กระทรวงพาณิชย์เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย. 69 ลดลงสู่ 50.6 ต่ำที่สุดในรอบ 8 เดือน จากความเชื่อมั่นด้านการจ้างงานที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 40 เดือน, เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต้นทุนพลังงาน ทำให้ประชาชนไม่กล้าใช้จ่าย มองเป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มพาณิชย์และสินเชื่อ

 

• รมว. คลัง มอบหมายกรมสรรพสามิตทบทวนรายละเอียดโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” หลังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการจัดการรถเก่า เช่น การจัดการซากรถ, การตีราคา เป็นต้น โดยอาจมีข้อเสนอใหม่ที่มีความเหมาะสมกว่าเดิม มีความเป็นไปได้ที่โครงการดังกล่าวอาจล่าช้า เป็น Overhang ต่อกลุ่มธุรกิจสินเชื่อรถยนต์

 

• MSCI Review (May 2026) สำหรับ MSCI Global Standard Index ไม่มีหุ้นนำเข้า-ออกในรอบนี้ ส่วน MSCI Small Cap Index มี 2 หุ้นที่ถูกนำเข้า ได้แก่ TFG และ MRDIYT และมี 1 หุ้นที่ถูกนำออก ได้แก่ TOA ซึ่งมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดของวันที่ 29 พ.ค. 69

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยมีกรอบบนที่ 1530-1550 จุด เนื่องจากตลาดรับรู้พัฒนาการบวกในการเจรจาสหรัฐฯ และอิหร่านในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้จะหันกลับมาโฟกัสความชัดเจนผลการเจรจาอิหร่าน และ Big Event อย่างการเยือนจีนของ ปธน. ทรัมป์เพื่อพบปะกับ ปธน. สีจิ้นผิงในปลายสัปดาห์ ซึ่งหากออกมาในเชิงบวกจะเป็น Catalyst ต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศมีแรงหนุนรองรับจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. และ Thailand FastPassจาก BOI ที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ส่วนการเข้าสู่โค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q69 ซึ่งก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ดีกว่าตลาดคาดได้สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy"

 

Daily Top Picks

CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความต้องการบริโภคเครื่องดื่มในช่วงฤดูร้อนสนับสนุน SSS เติบโตต่อเนื่อง โดย SSS ใน เม.ย. 2569 เติบโต 1.8%YoY และความคาดหวังต่อผลประกอบการ 1Q69 ซึ่งตลาดคาดว่าจะเติบโต YoY และ QoQ เป้าหมายระยะสั้นที่ 44.75 บาท   

 

PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นและมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ซึ่งคาดจะสนับสนุนให้ผลประกอบการ 2Q69 แข็งแกร่งต่อเนื่อง และปริมาณการผลิตก๊าซฯ คาดจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเพื่อลดภาระการนำเข้าพลังงานของประเทศ เป้าหมายระยะสั้นที่ 154.00 บาท   

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com