ตลท.-สมาคมโบรกฯ สั่ง บล. เอเซีย เวลท์ หยุดรับออร์เดอร์ซื้อขายหุ้น หลังก.ล.ต. ประกาศปิด AWS ชั่วคราว จากการนำลูกค้าใช้ผิดปกติ พร้อมให้เคลียร์บัญชีเงิน-ส่งมอบหุ้นแก่ลูกค้าให้จบ ส่วนหุ้นในพอร์ตลูกค้าแนะโอนบัญชีโบรกฯอื่น หรือเปิดบัญชี 600 ฝากกับศูนย์รับฝากแทน ส่วนบริการเทรดอนุพันธ์ให้ทำได้แค่ปิดสถานะเท่านั้น ระบุผู้ลงทุนสงสัยโทรหาคอลเซ็นเตอร์ ตลท.
เช้าวันนี้ (9.00 น.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ได้จัดแถลงข่าวกรณีการระงับการประกอบธุรกิจ บล. เอเชีย เวลท์ โดยนายภากร ปิตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. และนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ได้เปิดเผยถึงข้อมูลสำคัญดังนี้
1. สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งว่าได้สั่งให้ บล. เอเชีย เวลท์ หรือ AWS หยุดการประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพบว่าบริษัทนำเงินของลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยลูกค้าไม่ได้มีคำสั่งหรือยินยอม
2. จากคำสั่งของ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงสั่งระงับคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จาก AWS เป็นการชั่วคราว ในส่วนของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็จะอนุญาตให้เฉพาะคำสั่งซื้อขายที่เป็นการล้างสถานะที่มีอยู่เดิม ทั้งนี้ จนกว่าสำนักงาน ก.ล.ต. จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
3. ในส่วนของหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้นกับ AWS ได้ แต่ผู้ลงทุนสามารถขอโอนหุ้นที่ฝากกับ AWS ไปฝากยังบัญชีของตนที่เปิดกับโบรกเกอร์อื่นเพื่อซื้อขายต่อได้ กรณีไม่มีบัญชีที่โบรกเกอร์อื่นสามารถโอนเข้าบัญชี Issuer Account (600) ที่ TSD ได้ และเมื่อเปิดบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้วก็สามารถที่จะโอนหุ้นจากบัญชี 600 ไปซื้อขายต่อไป
4. ในส่วนของอนุพันธ์ ลูกค้าสามารถส่งคำสั่งซื้อขายเพื่อปิดสถานะได้เท่านั้น ไม่สามารถเปิดสถานะได้ หากลูกค้าปิดสถานะแล้ว ลูกค้าก็สามารถที่จะขอถอนหลักประกันออกไปได้ตามปกติ กรณีลูกค้าไม่ประสงค์จะปิดสถานะแต่ต้องการโอนไปซื้อขายต่อที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ตนมีบัญชีอยู่ก็สามารถแจ้งต่อบริษัทหลักทรัพย์ได้เช่นกัน
5. เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุเฉพาะรายบริษัทหลักทรัพย์ AWS เท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทหลักทรัพย์รายอื่น ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์อื่นยังให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ มีการติดตามฐานะการเงินของบริษัทหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด
"เราได้ออกมาแถลงครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการ Panic ที่จะกระทบต่อระบบการเงิน เรากำลังทำอย่างไรไม่ให้กระทบความเชื่อมั่นจากการปิดสถานะของบริษัทในครั้งนี้ และตลาดหลักทรัพย์ได้เปิดคอลเซ็นเตอร์ให้ผู้ลงทุนสามารถติดต่อเข้ามาที่ 02-9999999 ส่วนลูกค้าเอเซียเวลท์สามารถติดต่อกับทางบริษัทเพื่อดำเนินการต่อไป" นายภากร กล่าว
สำหรับการปลดเครื่องหมายหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ (SP) บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (MORE) นั้น นายภากร กล่าวว่า ตลท. ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลและอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ หยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (MORE) ในวันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2565 เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พบว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 หลักทรัพย์บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (MORE) ได้มีการซื้อขายที่ผิดปกติไปจากช่วงก่อนหน้า ต่อมาเมื่อมีการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ MORE ของธุรกรรมที่ได้มีการซื้อขายในวันดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 แม้ว่าสำนักหักบัญชีจะได้รับการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์จากบริษัทสมาชิกทุกรายที่มีภาระผูกพันตามธุรกรรมที่เกิดขึ้นในวันดังกล่าวครบถ้วน แต่ในส่วนของบริษัทสมาชิกบางราย ได้พบการผิดนัดชำระหนี้ในจำนวนที่มีนัยสำคัญจากผู้ลงทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการซื้อหลักทรัพย์ MORE ที่ผิดปกติดังกล่าว
ด้วยเหตุผิดนัดดังกล่าวข้างต้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่ต้องสงสัย และได้รับคำแนะนำว่า การหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE เป็นการชั่วคราว จะเป็นประโยชน์ต่อการรวบรวมข้อเท็จจริงของธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์ MORE ที่มีการซื้อขายอย่างผิดปกติ
อีกทั้ง การเปิดให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ในขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนของข้อเท็จจริงดังกล่าวซึ่งถือเป็นสาระสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อขายหลัก ทรัพย์ MORE จะทำให้ผู้ลงทุนที่ซื้อขายโดยไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ อาจเกิดความเสียหายจากการซื้อขายได้ ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงเห็นควรหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ตั้งแต่วันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2565