Market

InnovestX คาด SET แกว่งกรอบแคบ มูลค่าซื้อขายเบาบาง
28 พ.ย 2568

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(28พ.ย.) คาดตลาดแกว่งซึมในกรอบแคบ มูลค่าซื้อขายคาดเบาบางต่อ  ปัจจัยในประเทศเริ่มดีขึ้นหลังน้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย โดยคาด ครม. จะพิจารณามาตรการเยียวยาในสัปดาห์หน้า ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศสัปดาห์หน้าให้น้ำหนักไปที่การรายงานดัชนี PCE สหรัฐฯ เดือน ก.ย. ซึ่งจะบ่งชี้แนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทางเทคนิคดัชนีหลุดเส้น 200 วันลงมาทดสอบใกล้ Low เดิม หากไม่หลุดอาจรีบาวด์ได้เพียงระยะสั้น แต่หากหลุดมีโอกาสร่วงลงต่อเนื่อง แนวรับ 1245/1240 แนวต้าน 1260/1265

ประเด็นสำคัญ

•    สศค. เผยภาวะ ศก. ไทยใน ต.ค. 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง 16 เดือนและภาคการท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและจำนวน นทท. ต่างชาติชะลอตัว ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไปคือผลของนโยบาย Quick Big Win ใน 4Q68 และผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้


•    กกพ. เผยมี 13 ผู้ผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ตอนล่างแจ้งปลดระบบชั่วคราว รวม 1,636MW ส่วนใหญ่เป็นกำลังการผลิตของ กฟผ. รวม 1,514MW มีผลกระทบจำกัดต่อ GULF


•    ม. หอการค้าไทยประเมิน ศก. ภาคใต้ติดลบใน 4Q68 และสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะ นทท. มาเลเซียและสิงคโปร์ที่จะชะลอลง มูลค่าความเสียหายคาดว่าจะรุนแรงกว่าในอดีต เทียบกับ ในปี 2543 และ 2553 ที่เสียหาย 1 และ 2 หมื่นลบ. ตามลำดับ


•    Toyota เผยการผลิตรถยนต์ทั่วโลกใน ต.ค. 2568 เพิ่มขึ้น 3.8%YoY ที่ 926,987 คัน ทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี จากความต้องการรถ Hybrid ในอเมริกาเหนือ ส่วนยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น +2.1%YoY ที่ 922,087 คัน จากสหรัฐฯ และอินเดีย ส่วนจีนและญี่ปุ่นยอดขายลดลง


•    กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนใน ต.ค. 2568 ลดลง 5.5%YoY พลิกหดตัวกดดันจากผู้ผลิตที่ต้องรับมือความไม่แน่นอนความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และคำสั่งควบคุมกำลังการผลิตส่วนเกินของรัฐบาลจีน


•    ติดตามการประชุมร่วมระหว่างสมาชิกประเทศ OPEC+ ในวันที่ 30 พ.ย. 2568 Reuters รายงานที่ประชุมมีแนวโน้มจะคงมติหยุดเพิ่มการผลิตชั่วคราวใน 1Q69 และความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งหากสำเร็จ อาจนำไปสู่การผ่อนคลายการคว่ำบาตรรัสเซีย


กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1240-1300 จุด หลังตลาดยังขาดปัจจัยชี้นำใหม่ โดยปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ, ดุลการค้า ต.ค., ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ต.ค. และ ครม. เศรษฐกิจพิจารณามาตรการช่วยเหลือสภาพคล่องผู้ประกอบการ SMEs และมาตรการส่งเสริมการลงทุนเร่งด่วน (BOI Fast Pass) ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ ดัชนี PCE และ PPI ก.ย., GDP 3Q68 (รายงานครั้งที่ 2) ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”


Daily Top Picks


GPSC: มีปัจจัยกระตุ้นจากราคาก๊าซฯ ที่ปรับลงและดอกเบี้ยที่มีโอกาสลดลงในช่วงถัดไป 4Q68 คาดกำไรจะทรงตัว QoQ และ YoY เนื่องจากค่า Ft ที่ลดลงจะถูกชดเชยด้วยต้นทุนก๊าซฯ ที่คาดจะลดลง ส่วนการที่บริษัทกำลังพิจารณาเข้าลงทุนในธุรกิจ Data Center ในไทยและอินเดียจะเป็น Upside ในระยะถัดไป เป้าหมายระยะสั้น 36.50 บาท


BDMS: ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากแนวโน้มกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง โดยรายได้ใน ต.ค.  เติบโตเร่งตัวขึ้น 7%YoY หนุนจากการระบาดของไข้หวัดใหญ่, การเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าประกันสุขภาพ และยังมีผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น ขณะที่ปี 2568 คาดกำไรปกติเติบโต 3%YoY และเติบโตต่อ 7.8%YoY ในปี 2569 เป้าหมายระยะสั้น 19.40 บาท

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com