แนวโน้มตลาดวันนี้ (11 ก.พ.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดปรับตัวขึ้นต่อ สัญญาณ Fund Flow ยังหนุน แต่การขึ้นคาดจะเริ่มเห็นความผันผวนที่มากขึ้นในช่วงใกล้แนวต้าน 1420/1430 ระยะสั้นตลาดรับรู้ปัจจัยบวกไปในระดับหนึ่ง แม้ว่าระยะกลางมีโอกาสดีขึ้นจากเสถียรภาพการเมือง ปัจจัยภายนอก ติดตามตัวเลข NFPs คืนนี้ที่เลื่อนมาจากวันศุกร์ หลังข้อมูลแรงงานที่ผ่านมาอ่อนแอทั้ง ADP Employment, JOLTs แม้คาดยังไม่เปลี่ยนมุมมองเฟดที่ยังคงดอกเบี้ย แต่หากตัวเลขออกมาแย่จะซ้ำเติมภาพ ศก. หลังยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ต่ำคาด
ประเด็นสำคัญ
• รมว. คลังเผยช่วงรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ กระทรวงการคลังจะคงเดินหน้ามาตรการกระตุ้น ศก. โดยเฉพาะที่ได้รับอนุมัติแล้ว ได้แก่ ”ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่ช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย, BOI Fast Pass เร่งโครงการลงทุนกว่า 4.8 แสนลบ. เป็นต้น นอกจากนี้ได้เผยว่าไม่มีแนวคิดนำ “ช็อปดีมีคืน” กลับมาใช้ จากเดิมที่มักมีในช่วงต้นปี แต่จะเดินหน้ามาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีแทน
• รมว. คลังประเมินโครงการ Quick Big Win เช่น “คนละครึ่งพลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” ที่ได้ดำเนินการในช่วงก่อนนี้จะช่วยสนับสนุนให้ ศก. ไทยช่วง 4Q68 เติบโตได้ถึง 1.8% (เดิมหลายฝ่ายคาด 0.3%) และคาด ศก. ไทยทั้งปี 2568 จะเติบโตได้สูงกว่าที่ สศค. คาดไว้ที่ 2.2%
• จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนที่ 796,978 คน เพิ่มขึ้น 5%WoW หนุนจาก นทท. จีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ 151,988 คน เพิ่มขึ้น 30%WoW และพลิกขยายตัว 13%YoY เป็นสัปดาห์แรกในรอบปี มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว CENTEL และ ERW
• MSCI ปรับหุ้นเข้า-ออกดัชนีรอบ ก.พ. 2569 ดัชนี MSCI Global Standard ไม่มีหุ้นเข้า แต่มีหุ้นออก 1 หุ้น – CPAXT ส่วนดัชนี MSCI Global Small Cap มีหุ้นเข้า 3 หุ้น – CRC IVL JTS และหุ้นออก 4 หุ้น – HANA JMT M PLANB มีผลวันที่ 27 ก.พ. 2569ณ เวลาปิดตลาด
• ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ใน ธ.ค. 2568 ทรงตัว MoM ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ +0.6%MoM และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ สะท้อนการบริโภคสหรัฐฯ ในช่วงรอยต่อเข้าสู่ต้นปีใหม่ คาดได้รับแรงกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรและภาวะตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัว เสี่ยงฉุดการเติบโตของ ศก. สหรัฐฯ ในช่วงต้นปี 2569
กลยุทธ์การลงทุน
แม้ช่วงสั้นมอง SET มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลซึ่งช่วยลดสุญญากาศทางการเมืองและสร้างความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หลังดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นรุนแรงจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าอย่างหนาแน่น ทำให้ทางเทคนิคมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพักตัวจากแรงขายทำกำไร หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1420/1430 จุดได้อย่างมั่นคง ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
WHA: ปัจจัยกระตุ้นจากกำไรสุทธิ 4Q68 ที่คาดจะเติบโต YoY และ QoQ และคาดกำไรสุทธิปี 2568 จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 5.05 พันลบ. หนุนจากยอดโอนที่ดินที่แข็งแกร่งและการขายสินทรัพย์แก่กองทรัสต์ ขณะที่ Backlog มีแนวโน้มเติบโตและมีโอกาสเพิ่มราคาขาย ด้านกำไรสุทธิปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่องเป้าหมายระยะสั้นที่ 3.88 บาท
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและ Bond Yield ที่ปรับลง กำไรสุทธิ 4Q68 คาดจะเติบโต YoY และ QoQ หนุนจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงและกำไรส่วนแบ่งจากการลงทุน และ 1Q69 กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องขณะที่มี Upside จากการทำ Asset Monetisation ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท