แนวโน้มตลาดวันนี้ (9 มิ.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งผันผวน ราคาน้ำมันและ Bond Yield ดีดขึ้นหลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ หนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ อย่างไรก็ตาม ปธน. ทรัมป ระบุอิหร่านติดต่อขอทําข้อตกลง ทําให้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทางด้านประเด็นในประเทศจับตาคําวินิจฉัยของศาล รธน. ในกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ. เป็นไปตาม รธน.มาตรา 172 หรือไม่ หากออกมาในเชิงบวกคาดช่วยประคองตลาด ทางเทคนิคดัชนีพักฐานลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน หากยืนไม่อยู่มีแนวโน้มไหลลงต่อ
ประเด็นสําคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 6% DoD สู่ระดับ US$80/bbl จากกังวลอุปทานน้ำมันตึงตัว หลัง ปธน. ทรัมป ประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้วและขู่เปดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ มองลบ ต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil แต่บวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำที่ได้ประโยชน์จากราคานามันขาขึ้น
• IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 69 เหลือ 3.0% และปรับเพิ่มเงินเฟ้อเป็น 4.7% ตามทิศทางราคาพลังงานที่สูงขึ้น ชี้แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายโลกอาจตึงตัวนานกว่าคาด หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทรงตัวระดับสูง มองบวกต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์และประกันชีวิต
• วันนี้จับตาคำวินิจฉัยศาล รธน. ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ. โดยเฉพาะประเด็นเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน หากผ่านความเห็นชอบทั้งฉบับ จะช่วยเร่งแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดของประเทศ เป็นปัจจัยหนุนการประมูลและลงทุนโครงการใหม่ มองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
• BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 9 โครงการ มูลค่ารวม 6.6 หมื่นลบ. ครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมตั้งบอร์ดอนุฯ กลั่นกรองการลงทุน Data Center สะท้อนดีมานด์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขยายตัว หนุนยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมเติบโตแกร่ง มองบวกต่อกลุ่มนิคม
• ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม มิ.ย. ฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน แตะ 88.2 รับอานิสงส์มาตรการไทยช่วยไทยพลัสและต้นทุนลดลงหนุนกำลังซื้อในประเทศ แม้ส่งออกดีแต่ยังเสี่ยงจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์ แต่เป็นกลางถึงลบต่อกลุ่มส่งออกที่พึ่งพาสหรัฐฯ สูง
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ โดยปัจจัยต่างประเทศติดตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ส่วน FOMC Minutes พบกรรมการบางส่วนเห็นควรขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังสูง (ส่งสัญญาณ Hawkish) หนุนดอลลาร์แข็งค่าและเร่งกระแส Sector Rotation เข้าหาหุ้นกลุ่ม Value ขณะที่กรณีมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจปรับเพิ่มภาษีนำเข้าไทยเป็น 12.5% มองตลาดรับรู้ไปแล้วจากอัตราภาษีที่เคยสูงกว่านี้ในอดีต ด้านปัจจัยในประเทศจับตาคำวินิจฉัยศาล รธน. เกี่ยวกับ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนลบ. (9 ก.ค.) ซึ่งหากไม่ขัดรัฐธรรมนูญจะทำให้คลังลงนามกู้เงินเพื่อเดินหน้าแผนพลังงานทดแทนได้ตามกำหนด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
BLA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับขึ้นสนับสนุนรายได้จากการลงทุน ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนจากการทยอยรับรู้ CSM และรายได้จากการลงทุน Valuation น่าสนใจ ด้วย P/E ที่ระดับ 6.5 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 27.25 บาท
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นใกล้ระดับ US$80 ต่อบาร์เรล และสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด กำไรสุทธิ 2Q69 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าตัว QoQ จากปริมาณขายและราคาที่สูงขึ้นตามอุปสงค์ที่สูงในช่วงสงครามและกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เป้าหมายระยะสั้นที่ 144.50 บาท