Market

InnovestX ชี้ตลาดจับตาติดตาม GDP ไทย เช้านี้
16 ก.พ. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (16 ก.พ.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งตัวขึ้น สัญญาณ Fund Flow แผ่วหลังขายสุทธิ ติดตามกระแสเงินอีกระยะ ส่วน DELTA กำไรดีกว่าเราและตลาดคาดจากรายการพิเศษ หากไม่รวม กำไรปกติใกล้ที่คาด สัญญาณสินค้า AI ดีมีโอกาสหนุนตลาดช่วงแรกได้ วันนี้ติดตาม GDP ใน 4Q68 ไทย โดยตลาดคาด 1% ซึ่งเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล จะส่งผลต่อความเชื่อมั่น ศก. รัฐบาลได้ ด้าน Valuation หาก Fund Flow ยังกลับเข้ามา การแกว่งตัวขึ้นต่อตลาดมี PER ที่ 16 เท่าได้ จากปัจจุบันที่ 15 เท่า

 

ประเด็นสำคัญ

• IMF ลดคาดการณ์เติบโต ศก. ไทยปี 2569 ลงสู่ 1.6% (จาก 2.1%) จากแรงกดดันจากภายนอกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การบริโภคในประเทศยังอ่อนแอ พร้อมแนะนำการดำเนินนโยบายการคลังแบบมุ่งเป้าผสานกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุง ศก. ที่กำลังชะลอตัว

 

• แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างออกแบบมาตรการที่ใกล้เคียงกับ “ช็อปดีมีคืน” แต่ตอบโจทย์การกระตุ้นการซื้อสินค้า Made in Thailand เบื้องต้นมองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า (HMPRO, GLOBAL, CRC) และอาจมี Upside เชิงฤดูกาลจากฤดูร้อนที่กำลังเข้ามา

 

• นายกสมาคม RE100 เสนออนุฯ PDP เพิ่มปริมาณรับซื้อไฟฟ้า RE ระหว่างปี 2569-2580 เป็น 107,200MW จาก 6 ประเภทพลังงาน (โซลาร์, ลม, ก๊าซชีวภาพ, ชีวมวล, ขยะ และนิวเคลียร์) เพื่อเตรียมความพร้อมเสถียรภาพด้านไฟฟ้าในอนาคต มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีแผนขยาย RE (GULF, GPSC, BGRIM)

 

• ติดตามรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเดินหน้า พ.ร.บ. SEC ผลักดัน “แลนด์บริดจ์” มูลค่า 9.9 แสนลบ. เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย-อันดามัน โดยจะดึงดูดให้เอกชนเข้าร่วมประมูลได้ เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจและผลักดันโครงสร้างพื้นฐานในภาคใต้

 

• เงินเฟ้อสหรัฐฯ ใน ม.ค. 2569 ขยายตัว 2.4%YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้และเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ เม.ย. 2568 เป็นบวกต่อความเป็นไปได้ในการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด โดย FedWatch Tool เพิ่มความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ยใน มิ.ย. 2569 ขึ้นเป็น 83%

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET จะพักตัวหลังปรับขึ้นมา ติดตามการประกาศงบ 4Q68 และนโยบายต่างประเทศ-ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้

 

1. หุ้น Earnings Play คาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG GULF PRM  

 

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI

 

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET แนะนำ กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มพลังงานสะอาด (GPSC GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC TNP) และกลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL ERW) 2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALLHMPRO SAWAD BDMS 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์เม็ดเงินไหลเข้าหลัง MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ราคาปิดวันที่ 27 ก.พ. 2569 แนะนำหุ้นที่จะเข้า MSCI Global Small Cap อย่าง CRC IVL JTS ขณะที่ระมัดระวัง CPAXT ที่ออกจาก MSCI Global standard และ HANA JMT M PLANB ที่ออกจาก MSCI Global Small 

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัวในกรอบ 1400–1460 จุด หลังดัชนีปรับขึ้นกว่า 14%YTD รับความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งถือว่า Outperform ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีมอง Valuation  SET ยังน่าสนใจ โดยปัจจุบันมี PER 2569F ที่ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 เท่าของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งหากความคาดหวังการเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดึงดูด Fund Flow ไหลเข้าได้ต่อเนื่อง มองมีโอกาส SET จะปรับขึ้นไปบริเวณ 1500 จุดได้ ขณะที่การทยอยประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector รวมทั้งความผันผวนจากนโยบายต่างประเทศของ ปธน. ทรัมป์ ต่อภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง-ยุโรป) และสงครามการค้ากับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา

 

Daily Top Picks

MINT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแนวโน้มผลประกอบการที่คาดจะดีต่อเนื่องจากช่วงโลว์ซีซันยุโรปใน 1Q69 ที่คาดจะแข็งแกร่งจาก RevPAR ช่วง ม.ค.-ก.พ. 2569 ที่เติบโต ก่อนจะเข้าสู่ช่วง Peak ใน 2Q69 และมี Upside Risk จากความคืบหน้าการจัดตั้ง REIT โรงแรมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2H69เป้าหมายระยะสั้น 29.00 บาท

 

GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและ Bond Yield ที่ปรับลง ขณะที่กำไรสุทธิมีศักยภาพการเติบโตผ่านแนวโน้มต้นทุนที่คาดจะลดลงในปี 2569 และการขยายสู่Data Center ผ่านการขายไฟฟ้า, Cooling System และการร่วมลงทุน และมี Upside จากแผน Asset Monetisation ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.00 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com