Market

STI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตปี 2569 ตุน Backlog รองรับรายได้ระยะยาว
29 พ.ค. 2569

บมจ.สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ เดินเกมขยายพอร์ตงานอย่างต่อเนื่อง หลังผลงานปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ตูน Backlog รองรับการทยอยรับรู้รายได้ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มั่นใจครึ่งหลังปี 2569 เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน 

นายไพรัช เล้าประเสริฐ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ผู้นำในกลุ่มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร พร้อมทีมผู้บริหาร ในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Earnings Call ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ประจำไตรมาส 2 ปี 2568-2569 เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตปี 2569 มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และต่อยอดศักยภาพธุรกิจในกลุ่ม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว โดยขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ “STI Safety Framework” ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสู่ระดับสากล และ “AI Transformation” การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการให้บริการ รองรับการเติบโตและการทำกำไรอย่างยั่งยืนในอนาคต

ปัจจุบัน STI มีพอร์ตงานรวมทั้งสิ้น 183 โครงการ แบ่งเป็นงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Management) จำนวน 129 โครงการ และงานออกแบบและอื่นๆ จำนวน 54 โครงการ โดยอยู่ระหว่างดำเนินงานในหลายโครงการสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โครงการ One Bangkok โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นต้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อมาตรฐานการดำเนินงานและศักยภาพการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของบริษัท ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องถึงช่วงปลายปี 2569 เพื่อรองรับโอกาสจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่ทยอยกลับมาฟื้นตัว หนุนให้งานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ปัจจุบันที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งมูลค่า 3,623 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า สะท้อนฐานรายได้ที่มั่นคงและรองรับการเติบโตระยะยาวในอนาคต

“ปี 2569 STI เดินหน้าต่อยอดการเติบโตจากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับศักยภาพองค์กร เสริมความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรอย่างยั่งยืน สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างการเติบโตที่มั่นคง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายไพรัช กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2568-2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 13.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.4% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 343.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน ด้านรายได้ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 670.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% และมีกำไรอยู่ที่ 20.2 ล้านบาท โต 87.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้รายได้ในมือ ประกอบกับโอกาสในการขยายฐานงานใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลายมิติ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com