Market

SCCคาดQ3กำไรลด 70% เหลือราว 2 พันล้าน เพราะสารพัดปัจจัยลบ 
25 ต.ค. 2565

บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย หรือ SCC จะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ในวันพรุ่งนี้ โดยโบรกเกอร์คาดการณ์ว่า กำไรจะลดลงค่อนข้างเยอะ และทำให้หลายแห่งปรับลดราคาเป้าหมายลง 

 

โดย บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดการณ์ว่า กำไรไตรมาส 3/65 ของ SCC ที่จะประกาศออกมา จะอยู่ที่ 2,107 ล้านบาท ลดลง 69%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 79%เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพราะแรงฉุดของธุรกิจปิโตรเคมีเป็นหลัก


โดยคาดว่า ธุรกิจปิโตรเคมี จะมี EBITDA 293 ล้านบาท ลดลง 95%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 93%เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพราะปริมาณขาย PE/PP/PVC ลดรวมราว 10%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และอัตรากำไรที่ลดลง ตาม Spread HDPE/PP ที่อยู่ระดับต่ำกว่า 400 เหรียญต่อตัน ทำให้บริษัทต้องลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ปริมาณขายลดลง และอัตรากำไรลดลงมาก


ส่วนธุรกิจซีเมนต์ คาดว่า EBITDA ราว 4,977 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เพราะปริมาณขายในประเทศเพิ่มขึ้น 3% จากไม่มีผลกระทบปิดแคมป์ แต่ลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เพราะปริมาณการที่ลดลงทั่วภูมิภาคจากผลกระทบของฤดูฝน 


ฝ่ายวิจัย จึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2565 ลง 23% มาอยู่ที่ 26,966 ล้านบาท และปี 2566 ปรับลดลง 19% มาอยู่ที่ 35,991 ล้านบาท โดยปรับลดทั้งปริมาณขาย และอัตรากำไรธุรกิจปิโตรเคมี ที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการใช้ในจีน จากการล็อคดาวน์ และยุโรป ที่ต้นทุนพลังงานกระทบกำลังซื้อ 

 

พร้อมทั้งปรับลด ราคาเป้าหมายลงจากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 480 บาท เหลือ 400 บาท แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำทยอยซื้อลงทุนระยะยาว เนื่องจากมองว่าแนวโน้มจะฟื้นตัวในอนาคต ขณะที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ต่ำกว่าราคาเป้าหมาย


ส่วนบล.หยวนต้า ประเมินกำไร SCC ไว้ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 78%เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบหลายปี เหตุผลเพราะธุรกิจปิโตรเคมีจะขาดทุน เพราะอุปสงค์ทรุดตัวหนักจากนโยบายควบคุมของจีน และปัญหาเงินเฟ้อ รวมถึงปัญหารัสเซีย ทำให้มาร์จิ้นอยู่ในระดับจุดคุ้มทุนเท่านั้น และคาดจะมีขาดทุนสต็อก 1.7 พันล้านบาท 


ทำให้คาดการณ์กำไรทั้งปี 2565 ที่ระดับ 3 หมื่นล้านบาท ลดลง 36% และปี 2566 คาดจะมีกำไร 3.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15%เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันปีก่อน ขณะเดียวกันแผน IPO หุ้น SCGC ที่ล่าช้า เนื่องจากสภาพตลาดปิโตรเคมีที่อยู่ในช่วงที่ยากลำบาก  โดยให้ราคาที่เหมาะสมไว้ที่ 400 บาท


ด้าน บล.กรุงศรี ก็มีมุมมองคล้ายกัน เป็นไตรมาสที่ยากลำบากของ SCC เพราะอุปสงค์ยังอ่อนแอจากการที่จีนใช้มาตรการ lockdown และกำไรหลักจากธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง( CBM) ฟื้นตัวช้า ทั้งนี้ อุปสงค์จากจีนคิดเป็นสัดส่วน 30% ของอุปสงค์เคมีภัณฑ์ทั้งโลก และสถานการณ์ยังถูกซ้ำเติมจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนอีก นอกจากนี้ อุปทานใหม่จะกดดันราคาผลิตภัณฑ์ และทำให้ spread ของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ยิ่งอ่อนแอลงไปอีก รวมถึง spread ของ by-product ต่าง ๆ ด้วย


ทำให้คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 78% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 68%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ให้ ราคาเป้าหมายไว้เพียง 330 บาท


บัวหลวง คาดกำไร 1,974 ล้านบาท ลดลง 71%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 80%เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ให้ราคาเป้าหมาย 350 บาท


ส่วน บล.เอเชียพลัส คาดกำไรไตรมาส 3/65 จะอยู่ที่ 1,873 ล้านบาท ลดลง 72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงกว่าที่เคยประเมินไว้มาก จากสารพัดปัจจัยลบ ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรลงอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาที่เหมาะสมปี 2566 ที่ประเมินไว้ลดลงจาก 420 บาท เหลือ 380 บาท แต่ยังแนะนำซื้อ เพราะเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจระยะยาวที่ยังมีศักยภาพการเติบโต
 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com