Market

InnovestX คาด SET แกว่งขึ้น จับตาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
3 ส.ค. 2569

แนวโน้มตชาดวันนี้ (3 ส.ค.) บล.อินโนเวสท์ เอ็กซ์ คาด SET แกว่งขึ้น ราคาน้ำมันดิบร่วงลงจากสถานการณ์ ตะวันออกกลางคลี่คลาย หลัง ปธน. ทรัมปยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านและระบุว่าการเจรจาจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ อีกทั้งกลุ่ม OPEC+ เพิ่มโควตากําลังผลิตเดือน ก.ย. หนุนหุ้นกลุ่ม Anti-Oil ประเด็นสัปดาห์นี้ในประเทศติดตามการรายงานงบ 2Q69 และตัวเลขเงินเฟ้อ ก.ค. (5 ส.ค.) ส่วนต่างประเทศติดตามตัวเลข NFPs ก.ค. (7 ส.ค.) ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์ขึ้นจากกรอบล่าง uptrend หากกลับไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น

 

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. ทรัมป์เผยสหรัฐฯ ชะลอแผนโจมตีอิหร่านหลังได้รับการติดต่อจากประเทศแถบอ่าวว่าอยู่ระหว่างเร่งเจรจายุติสงคราม ขณะที่ OPEC+ เตรียมปรับเพิ่มโควตาการผลิต ก.ย. 2569 อีก 1.88 แสนบาร์เรล/วัน เปิดทางให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้นเมื่อสงครามในตะวันออกกลางยุติลงและช่วยหักล้างแผนลดกำลังผลิตโดยสมัครใจเดิม ระยะสั้นช่วยหนุนบรรยากาศลงทุนและมองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil แต่ลบต่อราคาน้ำมันและหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)

 

• BOI เผยยอดขอส่งเสริมลงทุนอุตฯ โฟโตนิกส์ (สายใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์สื่อสารแสง) รวม 79 โครงการ มูลค่ากว่า 8.27 หมื่น ลบ. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตอกย้ำรากฐานสำคัญของ Data Center และ AI ทั่วโลก มองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE DELTA)

 

• สมาคมประกันชีวิตไทยมอง 2H69 ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโต และคาดเบี้ยประกันชีวิตปี 2569 จะเติบโต 2.5-3.5% รับอานิสงส์สังคมสูงวัย ความใส่ใจสุขภาพ และค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เมื่อรวมกับแนวโน้ม Bond Yield ที่ทรงตัวสูง มองบวกต่อกลุ่มประกันชีวิต (TLI BLA)

 

• รมว. ท่องเที่ยวฯ เผยใน ส.ค.นี้จะเสนอ ครม. พิจารณา 3 มาตรการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส-ลดค่าตั๋ว-อุดหนุนชาร์เตอร์ไฟลต์" มูลค่าราว 3 พันลบ. โดยจะดึงเงิน พ.ร.ก. กู้เงินฯ มาดำเนินการแทนการรอใช้งบกลางปี 2570 คาดเริ่มดีเดย์ ก.ย. มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT ERW CENTEL MINT) และพาณิชย์ (CPALL CRC CPN)

 

• กรอ. ตั้ง 3 เป้าหมายเศรษฐกิจ ดัน GDP โตเกิน 3% ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกของโลก และดันสัดส่วนลงทุนรวมภาครัฐ-เอกชนเพิ่มเป็น 30% ของ GDP จากปัจจุบัน 22-23% ภายในปี 2572 หนุนการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (BBL KBANK) กลุ่มรับเหมาฯ (STECON CK) และกลุ่มนิคม (AMATA WHA)

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการรอจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (การจ้างงาน, PMI) ที่กระทบ Fund Flow ในตลาด EM แต่ยังมีปัจจัยพยุงจากการเก็งกำไรงบ 2Q26 กลุ่ม Real Sector และค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่า กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีม     เทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

 

1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

 

2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

 

3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW

 

Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่  GLOBAL TRUE ADVANC GULF 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ เน้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP (เน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด) และ 4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA TLI KBANK KTB

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันดิบและแรงกดดันเงินเฟ้อ ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก รวมทั้งตลาดอยู่ระหว่างจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ (การจ้างงาน และ PMI ภาคการผลิต) ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาด EM แต่คาดยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุงดัชนีจากการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งช่วยหนุนแรงเก็งกำไรรายตัว ตลอดจนค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่าซึ่งเอื้อต่อการไหลกลับของ Fund Flow กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

CENTEL: Sentiment บวกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายในระยะสั้น หลังสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีอิหร่านออกไปเพื่อเปิดทางเจรจา คาดผลประกอบการจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดกำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 2% ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard เมื่อเทียบกับดัชนี เป้าหมายระยะสั้นที่ 39.25 บาท

 

GULF: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มลดลงตามสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายลง และกระแสการลงทุน Data Center ทั้งด้านการร่วมทุนและการจำหน่ายไฟฟ้า คาดกำไรสุทธิจะได้รับการสนับสนุนจากส่วนแบ่งกำไรในธุรกิจย่อยและมี Upside จาก PDP 2026 และ Direct PPA เป้าหมายระยะสั้นที่ 68.00 บาท

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com