แนวโน้มตลาดวันนี้ (24 ส.ค.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งตัวรอประเด็นใหม่ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ แต่คาดตลาดจะให้ความสนใจกับปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่น่าจะนํามาพิจารณาเร็วๆ นี้ รวมทั้งติดตามการประชุม กนง. 26 ส.ค. นอกจากนี้การจัดงาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) คาดช่วยสร้าง Sentimentเชิงบวกช่วงกลางสัปดาห์ ส่วนวันนี้ติดตามตัวเลขส่งออก-นําเข้า ก.ค. ของไทย ทางเทคนิคดัชนียังแกว่งในกรอบเพื่อรอเลือกทาง
ประเด็นสําคัญ
• จับตาสหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรุนแรงสุดใน ประวัติศาสตร์ในคืนวันจันทร์นี้ (01.00 น. วันอังคารตามเวลาไทย) โดยอาจครอบคลุมทั้งอิหร่านและคู่ค้าสำคัญ รวมถึงจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านทางทะเลมากกว่า 80% ของปริมาณน้ำมันส่งออก ขณะที่อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้ทางทหารหากถูกคุกคาม เสี่ยงต่ออุปทานพลังงานโลก มองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP BCP SPRC)
• แคนาดาประกาศเก็บภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 50% ครอบคลุมสินค้าหลายรายการ มีผล 8 ก.ย.นี้ หลังการเจรจาล้มเหลว กระทบความสัมพันธ์และสร้างความไม่แน่นอนต่ออนาคตของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (USMCA) ทำให้มีโอกาสย้ายคำสั่งซื้อและฐานผลิต มองบวกต่อส่งออกกลุ่มอาหาร (TU CPF ITC) กลุ่มนิคม (AMATA WHA) และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)
• สมาคมแอตต้าเผย 2H26 ท่องเที่ยวไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะ 4Q26 ที่เป็น High Season จึงเชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปีนี้จะกลับมาที่เป้าหมายระดับ 33 ล้านคน ช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW) และกลุ่มค้าปลีก ( CPALL BJC CPN CRC)
• Bloomberg รายงานลูกค้ารายใหญ่ของ Nvidia เตรียมปรับขึ้นราคาเซิร์ฟเวอร์ AI กว่า 15% ตามต้นทุนหน่วยความจำ (HBM) ที่พุ่งสูง เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) พร้อมแนะนำติดตามการรายงานผลประกอบการของ Nvidia ในคืนวันที่ 26 ส.ค. นี้
• คลองปานามาประกาศจำกัดจำนวนเรือผ่าน เพื่อรับมือปัญหาภัยแล้งที่กระทบระดับน้ำ คาดส่งผลให้คิวรอเรือสะสมและระยะเวลาเดินทางยาวนานขึ้น หนุนดัชนีค่าระวางเรือตู้และเรือเทกองปรับตัวขึ้น มองเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มเดินเรือเทกอง (PSL TTA)
ล็อกเป้าลงทุนประจําสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีความคาดหวัง Fund Flow จะไหลเข้าสะสมในหุ้นขนาดใหญ่รับ Sentiment บวกจากการจัดงาน Thailand Focus 2026 และการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อภาพการลงทุนจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Thailand Focus Play ซึ่งคาดจะได้อานิสงส์จากความหวัง Fund Flow จะไหลเข้าจากงาน Thailand Focus โดยเน้นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและสถิติมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกจากการจัดงานนี้ ได้แก่ CRC CPN GPSC KKP PTTGC CENTEL WHA
2. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)
3. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ AMATA (XD 26 ส.ค.)SIRI (XD 27 ส.ค.) BCH (XD 27 ส.ค.) PRM (XD 27 ส.ค.) TLI (XD 28 ส.ค.)
4. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoHทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH BCPG MTC TIDLOR
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยหนุนจากความคาดหวัง Fund Flow จะไหลเข้าสะสมในหุ้นขนาดใหญ่ (SET50) รับ Sentiment บวกจากการจัดงาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) ที่เปิดเวทีเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก อีกทั้งยังมีประเด็นบวกจากการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส ขณะที่การประชุม กนง. คาดยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อภาพการลงทุนและเศรษฐกิจจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
AMATA: ปัจจัยสนับสนุนจากกระแสการเข้าลงทุนในไทย โดยเฉพาะการลงทุนอุตฯ เทคโนโลยีและ Data Center บริษัทคงเป้ายอดขายที่ดินปี 2026 ที่ 2,800 ไร่ คาดกำไรสุทธิปี 2026F จะเติบโตโดดเด่น 50%YoY ขณะที่มีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ส.ค. จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.60 บาท/หุ้น (2.0%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 31.50 บาท
KTB: ปัจจัยสนับสนุนจากสินเชื่อใน ก.ค. 2026 ที่เติบโตทั้ง MoM และ YTD โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม สนับสนุนจากสินเชื่อภาครัฐ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเริ่มต้นวัฏจักรการลงทุนในไทย คาดสินเชื่อปี 2026F จะเติบโต 4% และมี Upside จากกำไร FVTPL จาก THAI ที่จะรับรู้มูลค่าที่เหลือใน 3Q26 เป้าหมายระยะสั้นที่ 45.00บาท