Market

อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ย่อลงตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง
5 พ.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (7 พ.ค.)  บล. อินโนเวสท์ เอกซ์  คาด SET แกว่งลง สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งหลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตี UAE ส่งผลราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นแรง  Bond Yield เร่งตัวขึ้น กดดัน sentiment ลงทุนระยะสั้น แต่คาดหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำ ขณะที่ประเด็นในประเทศ วันนี้ ติดตามการประชุม ครม. พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนลบ. รวมทั้งการรายงานงบฯ 1Q69 ทางเทคนิคดัชนีกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น หากย่อตัวลงมาไม่หลุด 1480 ยังเป็นสัญญาณที่ดีอยู่ แต่กรอบบนจํากัด 1,440

 

ประเด็นสำคัญ

• UAE เผยว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธจำนวน 4 ลูกโจมตีใส่เขตพลเรือน แต่ถูกสกัดได้ 3 ลูกและถูกยิงตกทะเล 1 ลูก นับเป็นความตึงเครียดที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้เพิ่มขึ้น 5.8% สู่ US$114 ต่อบาร์เรล เป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP) แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น

 

• การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินของอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน เม.ย. 2569 สู่ 165GW (+2.6%YoY) หรือ 70% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด เนื่องจากการเผชิญคลื่นความร้อนตามฤดูกาลและการลดการใช้ LNG ซึ่งต้องพึ่งพาจากตะวันออกกลาง เป็นบวกต่อราคาถ่านหินและ BANPU LANNA AGE

 

• วันนี้ติดตามกระทรวงการคลังเสนอ ครม. พิจารณา พ.ร.บ. โอนงบปี 2569 และออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ส่วนมาตรการไทยช่วยไทยพลัสคาดจะเสนอให้ ครม. พิจารณาในวันที่ 12 พ.ค. โดยจะแจก 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รัฐออกให้ 60% มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์และสินเชื่อ

 

• สศอ. เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ใน มี.ค. 2569 ขยายตัว 0.75%YoY หนุนจากอุตสาหกรรมปิโตรฯ และยานยนต์ที่กลับมาขยายตัว และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม และ นทท. ต่างชาติที่ขยายตัว และในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่อได้หากไทยสามารถจัดการความเสี่ยงภายนอกได้

 

• รมว. คลังเผยเตรียมหารือออกกองทุน TFFIF เฟสใหม่ ซึ่งจะมุ่งเน้นโครงการพลังงานสะอาดและคมนาคม คาดจะเปิดขายหน่วยลงทุนได้ภายในปีนี้และตั้งเป้าระดมทุนระดับ 1 แสนลบ. มองสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) และรับเหมาฯ (STECON CK)

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง โดยกลับมาให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 1Q69 ของกลุ่ม Real Sector ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

 

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์หน้ากำไร 1Q69 จะประกาศออกมาเติบโตดี YoY และเติบโต YoY ต่อใน 2Q26 เราแนะนำ Outperform ได้แก่ PTTGC TU ADVANC TIDLOR TRUE GULF TOP 

 

2. หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งคาดกำไรสามารถทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)

 

3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

 

Trading Idea: 1. หุ้นที่จะได้ประโยชน์หากสงครามจบหรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซมีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งจะนำไปสู่การปรับลงของราคาน้ำมัน ได้แก่ กลุ่มสายการบิน (AAV BA THAI) กลุ่มวัสดุก่อสร้างและบรรจุภัณฑ์ (SCC SCGP) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC) และหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้าหมายการ Short Covering ได้แก่ MINT BDMS TIDLOR AWC CPN และ 2. หุ้นคาดถูกนำเข้าคำนวณ SET50/SET100 ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) โดยเบื้องต้นเราคาดจะมี 4 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET50 ได้แก่ BCP ITC TFG THAI และ 5 หุ้นที่จะถูกนำเข้า SET100 ได้แก่ ITC THAI THCOM TVO WHAUP ขณะที่ระมัดระวังการลงทุนในหุ้นที่คาดจะถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG OSP SAWAD) และ SET100 (DOHOME JAS JMART MOSHI SISB)

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดเฝ้าระวัง โดยในประเทศคาดจะกลับมาให้น้ำหนักกับฤดูกาลประกาศงบ 1Q69 ของกลุ่ม Real Sector และแนวโน้มกำไร 2Q69 ซึ่งจะเริ่มรับรู้ผลกระทบเต็มไตรมาสจากสงครามในตะวันออกกลาง ขณะที่ความคืบหน้าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐ คาดจะช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนเป็นระยะ ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังเป็น "Wildcard" สำคัญ โดยเฉพาะความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน หากมีสัญญาณบวก มองตลาดมีโอกาสทะลุขึ้นไปแนวต้าน 1,500-1,530 จุด แต่หากยืดเยื้อหรือรุนแรงอาจเห็นการปรับฐานไปทดสอบแนวรับ 1,420-1,450 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy"

 

Daily Top Picks

BANPU: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาถ่านหินที่ปรับขึ้นและความต้องการใช้ที่สูงขึ้นตามฤดูกาลและเพื่อชดเชย LNG จากตะวันออกกลาง และได้ประโยชน์จากการลงทุนในสหรัฐฯ (ธุรกิจก๊าซฯ และโรงไฟฟ้า) ตลาดประเมินผลประกอบการปี 2569 จะพลิกกำไร 3.6 พันลบ. จากขาดทุน 2.0 พันลบ. ในปีก่อน เป้าหมายระยะสั้นที่ 6.10 บาท

 

HANA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากค่าเงินบาทอ่อนค่า, กระแสการลงทุนใน AI และ Sentiment เชิงบวกจากดัชนี Nasdaq ที่ได้ทำ New High คาดบริษัทจะมี New S-curve จากการผลิต Solid State Cooling Device ให้ Phononic ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตใน 2H69 และ Mass Production ในปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 34.50 บาท

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com