บลจ.อีสท์สปริง เปิดมุมมองครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์จัดพอร์ตรับมือความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ผ่าน 4 กองทุน ES-GCORE, ES- ES-JPNAE , ES-USBLUECHIP และES-GAINCOME
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง จัดสัมมนา 2026 Mid-Year Outlook : Turning Global Challenges into Strategic Opportunities เพื่อถ่ายทอดมุมมองการลงทุนครึ่งปีหลัง พร้อมแนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงิน และความผันผวนของตลาดทุน โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก Eastspring Investments พร้อมด้วยพันธมิตรบริษัทจัดการกองทุน ได้แก่ Amundi, Goldman Sachs Asset Management และ T. Rowe Price ร่วมแบ่งปันมุมมองเศรษฐกิจและตลาดการลงทุนทั่วโลก รวมถึงแนะนำโอกาสการลงทุนที่เหมาะสม
นายเรย์ แฟร์ริส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐศาสตร์ Eastspring Investments Singapore เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียยังคงมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าตลาดอื่น จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายประเทศ และแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังแข็งแกร่ง โดยตลาดหุ้นเอเชียยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อจากแรงขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI Hardware ที่ได้ขยายวงกว้างไปยังหลายประเทศในภูมิภาค ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเกาหลีใต้และไต้หวัน ส่งผลให้บริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของเอเชียได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเมกะเทรนด์ดังกล่าว
ขณะที่ญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจจากที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวเชิงวัฏจักรที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับแรงหนุนด้านกำไรจากการปฏิรูปภาคธุรกิจ แนวโน้มการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง การลงทุนภายในประเทศมีทิศทางดีกว่าคาด และการเร่งตัวของรายได้ครัวเรือนที่แท้จริงสู่ระดับ 2% น่าจะช่วยสนับสนุนการบริโภค ปัจจัยเหล่านี้กำลังผลักดันให้มีการปรับประมาณการกำไรขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มอุตสาหกรรมและได้ปรับพอร์ตไปสู่หุ้นที่มีลักษณะเชิงรับมากขึ้น รวมถึงธุรกิจที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น บริษัทในกลุ่มสุขภาพ อุปกรณ์การแพทย์ และบริการผู้บริโภค ซึ่งมีระดับราคาที่น่าสนใจมากขึ้น ช่วยสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนและเพิ่มการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเติบโตแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค แต่โอกาสการลงทุนยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ซึ่งมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ และการย้ายฐานการผลิต ทำให้ทั้งสองภูมิภาคมีศักยภาพในการเติบโตในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ Active Selection หรือการคัดเลือกหุ้นรายตัวจากปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพการเติบโตของแต่ละบริษัท มากกว่าการลงทุนตามดัชนี (Index Beta) เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว นอกจากนี้ยังมองว่า ตราสารหนี้ภาคเอกชนในเอเชีย (Asian Credit) ยังคงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจ โดยสามารถสร้างผลตอบแทนจากอัตราผลตอบแทน (Yield) ได้ในระดับที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหลายภูมิภาค จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างกระแสรายได้และเพิ่มความสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน
ด้านนายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนครึ่งปีหลัง 2569 แม้ยังมีความไม่แน่นอนสูงแต่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่นักลงทุนควรสร้างพอร์ตที่มีความยืดหยุ่นเพื่อช่วยรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเปิดรับโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ผ่านการลงทุนภายใต้ 4 ธีมหลัก ซึ่งประกอบด้วย