Market

ยูโอบี กางแผนธุรกิจรายย่อยในไทย ปักธงเป้า 3-5 ปี โต 2 เท่า บัตรเครดิตขึ้นอันดับ 3 
1 พ.ย 2565

ยูโอบีได้ดำเนินการอย่างเสร็จสมบูรณ์ในการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในมาเลเซียและประเทศไทย เปิดแผนระยะ 3-5 ปี ขนาดธุรกิจรายย่อยเติบโต 2 เท่าจากฐานลูกค้าที่ให้บริการ 5.3 ล้านคน โดยเป็นลูกค้าในไทยสัดส่วนสูงถึง 50% มั่นใจปีหน้าระบบพร้อมให้บริการลูกค้าซิตี้เปลี่ยนผ่านสู่ "ยูโอบี"อย่างสมบูรณ์ ลุยโฟกัสลูกค้าระดับบนกลุ่มแมส ชี้เป็นกลุ่มที่อนาคตมีรายได้เติบโต ตั้งเป้าธุรกิจบัตรเครดิตขึ้นอับดับ 3 และปั้นธุรกิจ Wealth ขึ้นอันดับ 6 ในระยะยาว 

 

ยูโอบีประกาศว่ายูโอบีได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในมาเลเซียและไทยอย่างเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วในวันนี้(1 พ.ย. 65) ส่วนในอินโดนีเซียและเวียดนามคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 กิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยนี้ประกอบด้วยกลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และธุรกิจเงินฝากรายย่อย 

 

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธนาคารในการขยายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในภูมิภาคอาเซียน นอกจากธุรกิจหลักของธนาคารในประเทศสิงคโปร์ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการเข้าซื้อกิจการแล้ว คาดว่าขนาดธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในทั้ง 4 ประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า มีการให้บริการลูกค้าจำนวน 5.3 ล้านคน และเสริมทีมงานให้แกร่งขึ้นด้วยพนักงานอีก 5,000 คน 

 

มร.วี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า กระบวนการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อย ที่แล้วเสร็จในมาเลเซียและไทยถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สำคัญ ในขณะที่เรายังคงมุ่งมั่นลงทุนในเครือข่ายสาขาในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง การซื้อกิจการนี้นอกจากจะเป็นการขยายธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งแล้วยังสนับสนุนความมุ่งมั่นในการก้าวขึ้นเป็นธนาคารที่ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนนึกถึงในการใช้บริการเป็นอันดับแรก

 

“วันนี้เรายินดีต้อนรับเพื่อนพนักงานและลูกค้ารายใหม่สู่ครอบครัวยูโอบี การรวมพนักงานซิตี้กรุ๊ปเข้าสู่ทีมงานที่มีคุณภาพของยูโอบีในทั้งสองประเทศ จะช่วยให้เรามีศักยภาพและความสามารถในการดำเนินการให้สำเร็จตามแผนการเติบโตทางธุรกิจในภูมิภาคนี้ให้เจริญเติบโตก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เรามุ่งมั่นให้ลูกค้าซิตี้กรุ๊ปได้สัมผัสประสบการณ์การโอนย้ายธุรกิจแบบราบรื่น ด้วยเครือข่ายการให้บริการ สาขาและเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลาย จากการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้เรานำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้นแก่กลุ่มลูกค้าที่ขยายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม”

 

ยูโอบีจะยังคงให้ความสำคัญกับการโอนย้ายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปให้เป็นไปอย่างราบรื่นในทั้ง 4 ประเทศ โดยหวังว่าการโอนย้ายลูกค้าทั้งระบบจะแล้วเสร็จในอีก 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า

 

นอกจากนี้ ยูโอบียังได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง 4 ท่านเพื่อเป็นผู้นำธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยที่ขยายตัวขึ้นในมาเลเซียและไทย ได้แก่
Ms Elaine Fan, Head of Retail and Brand ธนาคารยูโอบี มาเลเซีย ,    Mr Ronnie Lim, Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี มาเลเซีย ,วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล Head of Retail and Brand ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และยุทธชัย เตยะราชกุล Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย


วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล Head of Retail and Brand  และยุทธชัย เตยะราชกุล Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกันฉายภาพรวมจากการรวมลูกค้า citi เข้ามาธนาคารยูโอบี ว่า  หลังเสร็จสิ้นกระบวนการซื้อกิจการแล้ว ขนาดธุรกิจลูกค้ารายย่อยทั้ง 4 ประเทศ มีจำนวนลูกค้าที่ให้บริการรวมถึง 5.3 ล้านคน ซึ่งเป็นลูกค้ารายย่อยในไทยสัดส่วน 50%ของจำนวนรวมดังกล่าว ทำให้ธุรกิจรายย่อยของยูโอบีมีขนาดใหญ่ขึ้นทั้งส่วนของธุรกิจบัตรเครดิต และการต่อยอดในธุรกิจ Wealth Management (บริหารความมั่นคั่ง) และทางกลุ่มยูโอบีมีการตั้งเป้าหมายเติบโต 2 เท่าจากปัจจุบันในระยะ 3-5 ปี
 

"ในไทยเราวางเป้าหมายที่จะจะเห็นธุรกิบัตรเครดิตของยูโอบี ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 และธุรกิจ Wealth Management ขึ้นมาอยู่อันดับ 6 โดยเน้นโฟกัสกลุ่มลูกค้า Upper mass (เงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป/เดือน) ถือเป็นกลุ่มที่มีโอกาสรายได้เติบโตสูงในอนาคต ขณะนี้เรามีทีมพนักงานจากซิตี้ราว 1,800 คนเข้ามาร่วมงาน พร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่เยอะมากที่จะให้บริการลูกค้า และนี่เป็นอีกเหตุผลที่เรารับพนักงานซิตี้เข้ามา เพื่อดูแลลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีหน้าที่จะต้องเปลี่ยนใช้บัตรใหม่ยูโอบีเมื่อระบบพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านข้อมูลลูกค้าเรียบร้อย สามารถทำธุรกรรม ฝาก ถอน โอนจ่าย ทางออนไลน์และออฟไลน์ได้หมด เราเชื่อว่าจะสามารถรวมฐานธุรกิจรายย่อย ยูโอบีและซิตี้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ ที่สำคัญ ลูกค้าซิตี้ผูกกับ Wealth ค่อนข้างเยอะ Segment ที่เราจะขยายเป็นพวกกองทุนรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเรามีสาขาให้บริการกวา 150 แห่ง"  

 

ในส่วนของธุรกิจบีตรเครดิตในปัจจุบัน พบสัญญาณการฟื้นตัวกลับมาที่แข็งแกร่ง โดยสะท้อนผ่านยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ในไตรมาส 3 พบว่า สามารถทำสถิติใหม่ด้านยอดใช้จ่ายผ่านบัตรต่อเดือนต่อราย ที่สูงมากกว่าช่วงก่อนโควิดด้วย  และหมวดที่ลูกค้าใช้จ่ายมากสุด 3 อันดับแรก คือ หมวด Dining (อาหารและเครื่องดิ่ม) หมวดช้อปปิ้ง และหมวดเดินทางที่กลับมาแล้ว สะท้อนภาพผู้คนทยอยกลับมาใช้จ่ายกันเพิ่มมากขึ้น

 

มร. ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “กระบวนการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในประเทศไทยที่เสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น ช่วยผลักดันเป้าหมายของเราในการก้าวสู่การเป็นธนาคารในประเทศไทยที่ผู้บริโภคเลือกใช้บริการ ตลอดจนสะท้อนถึงคำมั่นสัญญาของธนาคารในการยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าชาวไทยและพันธสัญญาที่ยูโอบีให้ไว้ต่อประเทศไทย ธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในประเทศไทยของซิตี้กรุ๊ป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน จะเข้ามาช่วยเสริมกลุ่มลูกค้าของยูโอบี ประเทศไทย ที่เน้นกลุ่มลูกค้าด้านสินเชื่อที่มีหลักประกันได้อย่างลงตัว การรวมธุรกิจครั้งนี้จะเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินชั้นเยี่ยม รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรและสาขาตลอดจนช่องทางการให้บริการที่ขยายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม”

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ยูโอบีได้เปิดตัวแคมเปญรีเฟรชแบรนด์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเจตจำนงในการตอกย้ำคุณค่าที่ธนาคารตั้งใจส่งมอบให้ลูกค้ารายย่อยของธนาคารโดยยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลางของธนาคาร  แคมเปญการสื่อสารล่าสุดแสดงให้เห็นว่าลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการ ความชอบ และเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผลักดันให้ธนาคารสร้างผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ทันสมัย และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นรายบุคคลได้เป็นอย่างดี

 

แคมเปญนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงกลยุทธ์ของธนาคารในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งที่เติบโตขึ้นในภูมิภาคอาเซียน การหาลูกค้ารายใหม่และให้บริการลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน UOB TMRW แพลตฟอร์มธนาคารดิจิทัล และการตอบโจทย์ทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้าผ่านช่องทางแบบ Omni-channel 

 

นอกจากนี้ ยูโอบีมีแผนในการดำเนินการเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่ขยายใหญ่ขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูโอบีได้ประกาศเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ชั้นนำระดับภูมิภาคหลายแห่ง รวมถึงสิงคโปร์แอร์ไลน์,  ‘มิชลิน ไกด์’, Club21 และ Shopee ซึ่งถือเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าในการแลกรับของรางวัล โดยลูกค้าสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น 
 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com