KTMS หุ้นน้องใหม่ ที่ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์ เพราะเป็นหนึ่งในผู้นำการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบครบวงจร รายแรกที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ขณะที่เทรนด์ธุรกิจที่เติบโต เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่จำเป็นสำหรับประเทศไทย
13-15 ธันวาคมนี้ หุ้นจำนวนสามัญเพิ่มทุน จำนวน 76.64 ล้านหุ้น ของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ KTMS จะเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อ ในราคาหุ้นละ 3.10 บาท และจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในหมวดธุรกิจบริการ ในวันที่ 23 ธ.ค.นี้
มีกระแสว่า KTMS ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก และคาดว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายอาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการ อะไรคือ เหตุผลที่ทำให้หุ้นตัวนี้ เป็นที่สนใจของนักลงทุน มาติดตามกัน
ความโดดเด่นของ KTMS คือ เป็นคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาตร์โรคไต ถือเป็นหนึ่งในผู้นำการดำเนินธุรกิจการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รวมทั้งการขายและการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์อย่างครบวงจร
ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (10 S-curves) ที่จำเป็นสำหรับประเทศไทย รวมถึง KTMS มีบริษัทแม่ที่แข็งแกร่ง คือ บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับบำบัดน้ำให้บริสุทธิ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
นอกจากนี้ KTMS ยังได้รับการสนับสนุนจากโครงการสวัสดิการด้านสุขภาพภาครัฐ เช่น การสนับสนุนงบบริการผู้ป่วยเรื้อรัง จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่สนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ที่มีสิทธิสามารถร่วมตัดสินใจเลือกวิธีการล้างไต เป็นแบบฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมร่วมกับแพทย์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้มีจำนวนผู้ป่วยใช้บริการกับกลุ่มบริษัทฯมากยิ่งขึ้น
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัจจุบันประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่จะมีการทำงานของไตเสื่อมลง จึงส่งผลให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรัง โดยจะเห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยดังกล่าว ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15-20% ต่อปี แต่กลับมีอัตราเฉลี่ยใช้เครื่องไตเทียมเพิ่มขึ้นเพียง 6.41% ต่อปี จึงยังมีโอกาสในการขยายสาขาเพื่อให้บริการอีกมากในจังหวัดที่ขาดแคลน ซึ่งส่งผลเชิงบวกให้ KTMS มีอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้เฉลี่ยประมาณ 30% ต่อปี
ปัจจุบัน KTMS มีเครื่องไตเทียมรวม จำนวน 254 เครื่อง มีหน่วยไตเทียม จำนวน 20 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ แบ่งออกเป็นหน่วยไตเทียมในโรงพยาบาล จำนวน 17 สาขา และคลินิกเวชกรรมไตเทียม จำนวน 3 สาขา ประกอบด้วย ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร 2 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 สาขา ภาคเหนือ 4 สาขา ภาคตะวันออก 2 สาขา และภาคตะวันตก 2 สาขา
การระดมทุน จำนวน 237.58 ล้านบาท ก็เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจการให้บริการ รองรับอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้บริการ โดยจะลงทุนในสถานพยาบาลฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 155 ล้านบาท ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 14 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น Outsource 8 สาขา และที่เป็น Stand Alone 6 สาขา ซึ่งจะทำให้มีจำนวนเครื่องไตเทียม เพิ่มขึ้น 123 เครื่อง
นอกจากนี้ ยังใช้ลงทุนในโรงงานผลิตน้ำยาไตเทียม และศูนย์บริการวิศวกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 61 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วยโรคไตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายขอบเขตการให้บริการที่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
การระดมทุนในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในการเปิดรับโอกาสการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของ KTMS ในอนาคต
สำหรับผลการดำเนินงานของ KTMS เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2562 มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 182.64 ล้านบาท ขยับเพิ่มเป็น 212.54 ล้านบาทในปี 2563 และเพิ่มเป็น 310.30 ล้านบาท ในปี 2564 ส่วน 9 เดือนแรกของปี 2565 ทำได้ถึง 277.31 ล้านบาท หรือเฉลี่ยไตรมาสละ 92.43 ล้านบาท ซึ่งหากไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ทำได้เท่ากับไตรมาสที่ผ่านมาๆ จึงมีความเป็นไปได้ที่รายได้จากการขายและบริการทั้งปี 2565 จะมากกว่า 360 ล้านบาท
โดยในปี 2564 มีกำไรสุทธิ 16.80 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกของปี 2565 มีกำไรสุทธิเกือบจะเท่ากับทั้งปี 2564 ทำได้ถึง 15.66 ล้านบาท ส่วนปี 2563 ที่มีตัวเลขขาดทุนนั้น เป็นผลมาจากผลขาดทุนทางด้านเครดิตจากลูกหนี้ที่ไม่ชำระหนี้
สำหรับราคาจองที่ 3.10 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 37.29 เท่า ซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้น จากผลการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (1 ต.ค.64 ถึง 30 ก..ย.65) ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เมื่ออิงกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลสรุป ทำให้เห็นภาพธุรกิจในอนาคตที่ชัดเจน โดยสรุปถือว่า KTMS ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์
ข้อมูลที่นำเสนอ ก็คงจะช่วยให้นักลงทุน ใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจกันได้ไม่มากก็น้อย