แนวโน้มตลาดวันนี้ (20 เม.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งตัวผันผวน การเจรจาสันติภาพรอบใหม่ที่ปากีสถานในสัปดาห์นี้ยังไม่แน่นอน โดยอิหร่านปฏิเสธเข้าร่วม ทำให้ต้องจับตาท่าทีของสหรัฐฯ ต่อจากนี้หลังขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านหากไม่รับข้อเสนอ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาปิดอีกครั้งส่งผลราคาน้ำมันขยับขึ้น ด้านต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยระดับ 3-4 พันลบ. ติดต่อกัน 2 วัน บ่งชี้ทยอยลดความเสี่ยง ทางเทคนิค ดัชนีแกว่งตัวบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หากหลุด 1470 ลงมาจะเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
ประเด็นสำคัญ
• สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซพลิกกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง อิหร่านกลับคำประกาศปิดช่องแคบฯ และโจมตีเรือพาณิชย์ โดยอ้างกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ด้าน ปธน. ทรัมป์ยังเดินหน้าเจรจากับอิหร่าน แต่ขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานหากไม่ยอมตกลง บรรยากาศการลงทุนในวันนี้คาดตลาดจะพลิกกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง
• โรงกลั่นสิงคโปร์ลดกำลังการผลิตเหลือ 50-60% และโรงกลั่น Prefchem ในมาเลเซียได้ปิดหน่วยกลั่นหลัก เนื่องจากเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบชะงักจากตะวันออกกลาง ด้าน ปตท. เผยจะเดินหน้าผลิตตามปกติ มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP, BCP, SPRC) จากค่าการกลั่นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่ลดลง แต่จะต้องระวังความเสี่ยงเชิงนโยบายจาก รมว. พลังงาน ที่อาจจะพิจารณาลดค่าการกลั่น
• จับตาพรุ่งนี้ที่ประชุม ครม. พิจารณามาตรการ “คนละครึ่งพลัส-รถเก่าแลกรถใหม่-หนุน Solar Cell/EV” เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้ชะลอตัวมากเกินไป คาดเป็นบวกต่อหุ้นค้าปลีก กลุ่มยานยนต์ และกลุ่มพลังงานสะอาด
• กรมการค้าภายในอนุญาตส่งออกน้ำมันปาล์ม 1.02 แสนตัน หลังประเมินยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ จากช่วงก่อนที่มีเสียงสะท้อนจากชาวสวนปาล์มต่อมาตรการควบคุมการส่งออกของ ก.พาณิชย์ มองเป็นบวกต่อกลุ่มน้ำมันปาล์ม (CPI PCE UVAN UPOIC)
• บอร์ด CPALL (เฉพาะกรรมการอิสระ) มีมติ 'ไม่เห็นด้วย' ต่อแผนส่ง 3 บริษัทย่อย (Counter Service, Thai Smart Card, CPAXT) เข้าร่วมกลุ่ม Virtual Bank ของเครือฯ ถือเป็นปัจจัย Overhang ที่กดดันราคาหุ้นในระยะสั้น เนื่องจากสร้างความไม่แน่นอนต่อโครงสร้างธุรกิจและทิศทางกำไรในอนาคต เชิงกลยุทธ์แนะนำ Wait & See สำหรับผู้ที่ยังไม่มีหุ้น เพื่อรอดูความชัดเจนจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค. 69 ส่วนผู้ที่มีหุ้นอยู่แนะนำถือเพื่อรอความชัดเจน
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน ดังนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และคาดได้ข้อตกลงสันติภาพถาวร แนะนำปรับพอร์ตตามกรอบเวลา ดังนี้
1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์): เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้นในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันปรับฐานและ Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ.ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่คาดเป็นเป้า Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่วิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC
2. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือเงินภาวะเฟ้อสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่ยังทรงตัวสูงกว่าในอดีต ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (BJC CPN)
3. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมที่ตอบโจทย์ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและกังวลเจรจาล้มเหลว แนะนำถือเงินสดหรือตราสารหนี้สั้นเพื่อรักษาความคล่องตัวและลดผลกระทบจากการปรับขึ้นของ Bond Yield พร้อมรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีเมื่อสถานการณ์ชัดเจน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นอย่าง PTTEP รวมทั้ง PTTGC จากส่วนต่างสเปรดกว้างขึ้นและไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยตั้งจุด Trailing Stop ไว้เสมอหากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งแนะนำสะสมหุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดระยะสั้น (สะสมก่อน XD เม.ย.-พ.ค.) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลงวดนี้จากกำไรปี 68 ซึ่งให้ Div. Yield > 5% ได้แก่ KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
Trading Idea: 1. หุ้น Policy Play ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐระยะสั้น อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (BJC TNP) จากการเติมเงินบัตรสวัสดิการและอุดหนุนค่าน้ำมันกลุ่มขนส่ง กลุ่มรับเหมา (STECON CK) จากปรับสูตรคำนวณค่า K และกลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GUNKUL BANPU SCC HMPRO GLOBAL AMATA WHA) จากปล่อยสินเชื่อต่ำให้แก่ Solar & EV 2. หุ้น Summer Play ที่ได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าคลายร้อนสูงขึ้น ได้แก่ ICHI HTC HMPRO GLOBAL
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เข้าสู่โหมดผันผวน โดยทิศทางดัชนีขึ้นอยู่กับผลเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นหลัก ทั้งนี้หากการเจรจามีพัฒนาการเชิงบวกก่อนเส้นตายหยุดยิงจะเป็น Catalyst หนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-on โดยคาด SET จะดีดตัวแบบ V-Shape ทะลุแนวต้านที่ 1,500-1,530 จุด แต่หากการเจรจาล้มเหลวจนนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร จะส่งผลให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-off คาด SET จะปรับฐานลงแรงไปทดสอบแนวรับที่ 1,450-1,400 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" แบ่งตามระดับความเสี่ยงและความคาดหวังของนักลงทุน
Daily Top Picks
SCC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเรือของบริษัท 1 จาก 2 ลำเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว คาดว่าทำให้มีวัตถุดิบผลิตเพียงพอถึงปลาย มิ.ย. - ต้น ก.ค. 2569 ด้านกำไรปกติ 1Q69 คาดจะปรับขึ้น YoY และ QoQ จากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ดีขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์ เป้าหมายระยะสั้นที่ 238 บาท
CPN: ปัจจัยกระตุ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง จำนวนผู้ใช้บริการมีเติบโตต่อเนื่องและยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัวหลังเกิดสงคราม ยอดขายร้านค้าแข็งแกร่ง ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 9.6% ขณะที่ราคาหุ้นช่วงหลังสงครามที่ปรับลงคาดได้สะท้อนความกังวลไประดับหนึ่งแล้ว ส่วนค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 66.50 บาท