แนวโน้มตลาดวันนี้ (28 ม.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งตัวขึ้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 4 พันล้านบาท แม้จะเป็นการขึ้นที่นำโดย DELTA แต่ยังมีโอกาสที่จะมีแรงซื้อกระจายในกลุ่มอื่นๆต่อหลังเงินทุนไหลเข้าสูงปัจจัยภายนอก ตลาดติดตามผลการประชุมเฟดที่จะทราบผลในคืนนี้ เบื้องต้นคาดเฟดยังคงดอกเบี้ยต่อและคาดว่าจะยังไม่ส่งสัญญาณลดดบ.เร็ว ส่วนการหยุดหน่วยงานราชการสหรัฐติดตามวุฒิสภาผ่านกม.ก่อน 30 มค.นี้ ทางเทคนิค มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อหลังทำจุดสูงสุดใหม่ แนวต้านประเมินที่ 1345/1360
ประเด็นสำคัญ
• สศค.ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 68 จากเดิมโต 2.4% เหลือ 2.2% หลัง 3Q68 โตเพียง 1.2% จากภาคการผลิตที่ชะลอตัว ขณะที่ปี 69 คาดชะลอลงเหลือ 2.0% จากส่งออกอ่อนแรง ประเมินนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน จับตาความเสี่ยงงบปี 70 ล่าช้าและสงครามการค้าโลก ซึ่งประมาณของ สศค. ปี 69 ที่ 2.0% สูงกว่าสภาพัฒน์ฯและธปท.ที่ 1.7% และ 1.5% ตามลำดับ
• รมว.คลัง เผยรัฐบาลให้อำนาจ ธปท. คุมธุรกรรมเทรดทองเข้มงวดขึ้น ป้องกันบาทแข็ง ด้าน ธปท. ปรับเกณฑ์คุมเข้มธุรกรรมเงินตราและซื้อขายทองคำรายใหญ่ ผู้ค้าทองที่มีมูลค่าเกิน 1 หมื่นล้านบาท/ปี ต้องรายงานข้อมูล กำชับแบงก์ตรวจสอบ สกัดการเก็งกำไร
• ครม.รับทราบและอนุมัติเปิดตลาดนำเข้ากากถั่วเหลืองและเมล็ดถั่วเหลืองระยะ 3 ปี (69–71) ตาม WTO โดยกากถั่วเหลืองกำหนดโควตา 2.3 แสนตัน ภาษีในโควตา 10% นอกโควตา 133% ส่วนเมล็ดถั่วเหลืองไม่จำกัดปริมาณ ภาษี 0% เป็นบวกเล็กน้อยต่อผู้ผลิตเนื้อสัตว์บก (CPF BTG GFPT) และผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลือง (TVO) เป็นการเพิ่มทางเลือกนำเข้า แต่ราคาอาจไม่ต่างนัก
• ราคาพาราไซลีน (PX) ในเอเชียปรับขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 17 เดือนจากเงินทุนไหลเข้า แม้การซื้อขายผลิตภัณฑ์จริงยังซบเซา มองระยะสั้นเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นผู้ผลิต PX ในไทย เช่น TOP และ PTTGC แต่เป็นแรงกดดันผู้ใช้ PX เช่นผู้ผลิต PTA และ PET อย่าง IVL
• วานนี้ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ขึ้นราว 3%DoD หลังพายุฤดูหนาว กระทบต่อการผลิตน้ำมันในสหรัฐ กระทบกำลังการผลิตราว 15% ของการผลิตรวมในประเทศ เป็นบวกต่อ
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1,270–1,360 จุด ปัจจัยในประเทศติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน, การทยอยประกาศผลประกอบการ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกติดตาม ผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ม.ค. แม้ตลาดคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยแต่จับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป, ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
TOP: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาพาราไซลีน (PX) ในเอเชียปรับขึ้นจนแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 17 เดือน ในขณะที่โครงการ CFP มีความคืบหน้า การส่งมอบงานจากผู้รับเหมา EPC รายเดิมไปยัง EPC รายใหม่ใน 4Q68 เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนกําไรปกติ 4Q68 คาดจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท
CPN: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง กำไร 1H69 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากการโอนโครงการ Dusit Residences และฐานต่ำใน 1H68 และคาดเติบโตต่อเนื่องใน 2H69 จากการขายสินทรัพย์ให้ CPNREIT Valuation น่าสนใจ PE 2569F ที่ 14.8x ต่ำกว่าช่วง Pre-COVID ที่ 28.0x เป้าหมายระยะสั้น 59.50 บาท
InnovestX