“เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์”ส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง โชว์ผลงานงวดปี 2568 กวาดรายได้ 861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เหตุเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ และธุรกิจให้บริการเพิ่มขึ้น ส่งผลปี 68 ขาดทุนสุทธิเหลือเพียง 95 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 64.91% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 270.7 ล้านบาท มั่นใจธุรกิจใหม่ด้านส่งเสริมการป้องกันประเทศขับเคลื่อนกลุ่มบริษัทเติบโตก้าวกระโดด เหตุอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
นายพงษ์เทพ วิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 861.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.1% เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนที่มีรายได้ 695 ล้านบาท สาเหตุเกิดจากรับรู้รายได้จากการขาย 67.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มรับรู้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2568 และรายได้จากการให้บริการปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.6 % สอดคล้องกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นและการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่งวดปี 2568 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 95 ล้านบาท โดยผลขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 270.7 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลง 175.7 ล้านบาท คิดเป็น 64.91% สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจใหม่ควบคู่กับการปรับโครงสร้างต้นทุนและการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายพงษ์เทพกล่าวว่า อุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือในปี 2568 ยังคงเผชิญภาวะอ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านดัชนีค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ ปรับลดลง โดยแรงกดดันต่อค่าระวางเรือเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวกระทบต่อภาวะการค้าโลก รวมทั้ง ปัจจัยจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบต่อเนื่องจากนโยบายภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาส่งผลให้ต้นทุนสินค้านำเข้าสูงขึ้น ทำให้เกิดการชะลอตัวของคำสั่งซื้อในช่วงครึ่งหลังของปี รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านขนส่งทางบกและการค้าขายแดน
อย่างไรก็ตามบริษัทมั่นใจว่าธุรกิจใหม่ ด้านธุรกิจส่งเสริมการป้องกันประเทศจะสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัทในระยะถัดไป โดยอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง โดยงบประมาณทางการทหารของโลกเติบโตเฉลี่ยประมาณ 2.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่สหรัฐอเมริกามีแผนเพิ่มงบประมาณกลาโหมสู่ระดับประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีงบประมาณ 2570 หรือเพิ่มขึ้น 66.5%
สำหรับประเทศไทย งบประมาณกระทรวงกลาโหม (ไม่รวมงบราชการลับ) เพิ่มขึ้นจาก 199,721 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2568 เป็น 204,434 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 หรือเพิ่มขึ้น 2.4% สะท้อนแนวโน้มความต้องการด้านการจัดหา การซ่อมบำรุง และการสนับสนุนระบบยุทโธปกรณ์ที่มีทิศทางเติบโต ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกต่อโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในอุตสาหกรรมดังกล่าวในระยะยาว
“บริษัท โกลเด้น ซัพพลาย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ NCL ถือหุ้น 100% ได้เริ่มรับรู้รายได้บางส่วนจากสัญญาความร่วมมือกับ Navantia รัฐวิสาหกิจอู่ต่อเรือชั้นนำของประเทศสเปน ภายใต้สัญญาดังกล่าว บริษัททำหน้าที่บริหารจัดการและสนับสนุนโครงการในประเทศไทย ครอบคลุมการจัดหาบุคลากรด้านวิศวกรรม การประสาน งานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ความร่วมมือดังกล่าวช่วยสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้แก่กลุ่มบริษัท พร้อมทั้งสะท้อนศักยภาพในการขยายธุรกิจสู่บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และเสริมความมั่นคงของรายได้ในระยะยาวผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากลในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ”นายพงษ์เทพกล่าว