แนวโน้มตลาดวันนี้ (23 ก.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่ง sideways กระแส Fund Flow เริ่มสะดุดจากแรงขายทำกำไร ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมยังคงต้องติดตามใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เสี่ยงขยายวงกว้างหลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือน้ำมันซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งมาตรการภาษีชุดใหม่ของสหรัฐฯ ภายหลังมาตรา 122 จะสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม คาดตลาดยังให้น้ำหนักไปที่หุ้นที่คาดงบ 2Q69 จะออกมาดี ประเด็นวันนี้ การประชุม ECB ทางเทคนิคดัชนีพักตัวแต่ยังไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หากยืนได้ยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์ให้คำมั่นจะโจมตีสะพานและโรงไฟฟ้าอิหร่านทุกครั้งที่อิหร่านโจมตีใส่เรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และมีแผนจะถล่มภูเขา Pickaxe ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของโครงการนิวเคลียร์อีกแห่ง ทำให้ราคา Brent ยืนเหนือระดับ US$90/bbl. เป็นบวกต่อ PTTEP, โรงกลั่น (BCP, TOP, SPRC, IRPC) และปิโตรฯ (PTTGC, IVL)
• กบน. ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 0.90 บาท/ลิตร มีผลในวันนี้ เพื่อรักษาสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ ที่ต้องจ่ายเงินชดเชยกว่า 651 ลบ./วัน และขาดดุล 6.2 หมื่นลบ. เป็น Sentiment ลบต่อค้าปลีกน้ำมัน และกดดันกำลังซื้อในประเทศ
• พรุ่งนี้ (24 ก.ค.) เป็นวันสุดท้ายที่การเก็บภาษีศุลกากรอัตรา 10% ของสหรัฐฯ ภายใต้ Section 122 จะครบกำหนด 150 วัน ติดตามการประกาศใช้ Section 301 ทดแทนซึ่งจะเก็บที่อัตรา 10% ทั่วโลก และ 12.5% ต่อ 60 เขตเศรษฐกิจที่ไม่ผ่านการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน คาดจะมีการประกาศภายในคืนพรุ่งนี้
• ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะ 10 ปีปรับขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4.65% ใกล้เคียงระดับสูงสุดในช่วงสงครามตะวันออกกลางเมื่อ พ.ค. 2569 สะท้อนความกังวลต่อนโยบายการเงินเฟดที่อาจตึงตัวขึ้น เป็น Sentiment บวกต่อประกันภัย (BLA, TLI) และธนาคาร (KTB, BBL, KBANK)
• BoJ อาจเร่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หลังเยนอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 39 ปี สู่ระดับ 163 เยน/ดอลลาร์ และมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงขึ้น ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนฝั่งเอเชียผันผวนระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักตัว โดยแม้มีแรงหนุนจากคลายกังวลการใช้นโยบายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางหลัก หลังเงินเฟ้อทั่วโลก มิ.ย. ชะลอตัวลงต่ำกว่าคาด รวมทั้งอานิสงส์จากนโยบายการคลังเชิงรุกของไทยและการเก็งกำไรในช่วงประกาศงบ 2Q69 ของ บจ. แต่ยังมีปัจจัย Overhang ที่ต้องติดตามทั้งความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อซึ่งกดดันให้เกิดปัญหา Supply Shortage, ความผันผวนของกลุ่มเทคโนโลยีโลก รวมทั้งการเจรจาภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ภายใต้ Section 301 หลังอัตราภาษี 10% ตาม Section 122 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ก.ค. นี้ กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
AMATA: คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 1.12 พันลบ. เติบโตก้าวกระโดดเกือบ 7 เท่า จากการโอนที่ดินโครงการ Smart City ที่มีมาร์จินสูง ชดเชยยอดขายที่ลดลง 50%YoY คงเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 ที่ 2,800 ไร่ ส่วน Backlog ยังแข็งแกร่งที่ 1.84 หมื่นลบ. และประเมินกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 3.69 พันลบ. (+17%YoY) เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.50 บาท
HANA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมบวกจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคฯ โลก และบาทอ่อนค่าหนุนรายได้ส่งออก การผลิต AI Solid-state Cooling Device คาดจะเริ่มใน ก.ค. 2569 และจะเร่งการผลิตใน 1Q70 และได้คำสั่งซื้อใหม่ผลิตภัณฑ์ AI-Related อีก 2 รายการ คาดจะเริ่มผลิตได้ใน 2Q-4Q70 เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.50 บาท