Market

“พฤกษา โฮลดิ้ง”   ปี 69 เดินหน้าแปลงรายได้จากสินทรัพย์ ลุยต่อ 3 กลยุทธ์หลัก ปั้นรายได้ 18,800 ล้านบาท 
5 มี.ค. 2569

พฤกษา โฮลดิ้ง เปิดฉากปี 69 กลยุทธ์ใหม่ภายใต้กรอบ “Asset-Optimized, Capital-Efficient, Well Living-Focused” มุ่งเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว บริหารเงินทุนอย่างมีวินัย ยกระดับแบรนด์ผ่านความร่วมมือด้านสุขภาพและบริการครบวงจร ตั้งเป้ากวาดรายได้ 18,800 ล้านบาท ธุรกิจเรียลเอสเตท เตรียมเปิดตัว 7โครงการใหม่ มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท ดันรายได้15,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจเฮลท์แคร์เครือวิมุตลุยเดินหน้ากลยุทธ์ความเป็นเลิศ ปักธงสร้างรายได้ 2,600 ล้านบาท

 

นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งความสำเร็จของพฤกษา โฮลดิ้ง สะท้อนผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมจากกลยุทธ์ Reshaping Portfolio ของพฤกษา โฮลดิ้ง โดยบริษัทฯ ได้มุ่งปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ โฟกัสธุรกิจหลัก และยกระดับสัดส่วนโครงการในตลาดระดับกลางถึงบน ควบคู่กับการลดการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก ส่งผลให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ที่ 33.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า จากรายได้รวม14,983 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญสภาวะตลาดที่ท้าทาย

ขณะเดียวกัน ยังคงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) เพียง 0.28 เท่า พร้อม Backlog กว่า 3,000 ล้านบาท และด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นธุรกิจหลัก ปรับลดพอร์ตการลงทุนในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 247 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน

 

“ในปี 2569 นี้ เราตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 18,800ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท พร้อมอัดงบลงทุน 4,400 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และในปีนี้เราวางกลยุทธ์ต่อเนื่องภายใต้ Reshaping Portfolio โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก “Asset-Optimized · Capital-Efficient · Well Living-Focused” มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และโฟกัสพอร์ตการลงทุนเพื่อความคล่องตัวทางการเงิน และต่อยอดความได้เปรียบเชิงแบรนด์จากการผสานธุรกิจที่อยู่อาศัยและเฮลท์แคร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จุดแข็งสำคัญของพฤกษาคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งทำให้เราสามารถสร้างความแตกต่างผ่านการเชื่อมโยง ‘บ้าน’ กับ‘การดูแลสุขภาพ’ ได้อย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้ทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนและมั่นคง” นางสาวปัทมา กล่าว 

 

ในมิติแรก “Asset-Optimized, Recurring-Built” บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการบริหารจัดการพอร์ตที่ดินมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นรายได้ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการสร้างรายได้จากการเช่ารูปแบบใหม่ ๆ อาทิ กลุ่มเฮลท์แคร์, อะพาร์ตเมนต์, ไฮบริด เรสซิเด้นท์ และคลังสินค้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้วางโรดแมปเร่งสปีดการพัฒนาและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยตั้งเป้าปิดโครงการรวม 22 โครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและลดภาระในการดูแลสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ สำหรับความคืบหน้าในธุรกิจคลังสินค้า “โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส” ซึ่งเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะบนพื้นที่กว่า 217,000 ตารางเมตร ที่ถือเป็นหนึ่งในคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพัฒนาร่วมกับพันธมิตรระดับโลก  เพื่อรองรับศักยภาพด้านโลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และสอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 พร้อมได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรรายใหญ่ในกลุ่มโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ช โดยคาดว่าจะมียอดจองพื้นที่กว่า 60% ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้นำที่ดินจากพอรต์ที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการ และเพิ่มสัดส่วนบ้านในเซ็กเมนต์กลางถึงบน เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ด้าน “Capital-Efficient, Growth-Enabled” บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นอันดับหนึ่ง กลุ่มพฤกษาเร่งชำระหนี้โดยลดสัดส่วนหนี้สุทธิต่อทุน (Gearing Ratio) ให้ต่ำกว่า 0.3 เท่า ภายในสิ้นปี 2569 ควบคู่กับการขยายวงเงินสินเชื่อและจัดหาเงินทุนโครงการในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้ต่ำกว่า 3.5% ลดสต๊อค เร่งการรับรู้รายได้จากการโอนบ้านพร้อมอยู่และคอนโดมิเนียมให้เร็วขึ้น 3-6 เดือน และเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เพื่อสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน(Operating Cashflow) และเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในระยะถัดไป

 

ขณะที่ในมิติสุดท้าย “Well Living-Focused, Brand-Strengthened” บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่ม Mid-to-Upper Segment เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการผสานแนวคิดสุขภาพเข้าสู่ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการเปิดตัวบริการ Family Doctor ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำโมเดล“แพทย์ประจำครอบครัว” มาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย Family Doctor สำหรับบริการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างพฤกษา เรียลเอสเตท และโรงพยาบาลวิมุต ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี...ทั้งชีวิต” เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและสร้างคุณค่าในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ทิศทางกลยุทธ์สำหรับปี 2569 ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการเน้น “การเติบโตด้วยการขยายพอร์ต” สู่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ”ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม พร้อมสร้างความแตกต่างผ่านบริการด้านสุขภาพ เพื่อเสริมเสถียรภาพรายได้ในระยะยาวและยกระดับขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน  

 

“แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและการแข่งขันด้านราคาโดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงล่าง แต่เรายังสามารถบริหารต้นทุนผ่านกลยุทธ์การแบ่งโซน การปิดโครงการเก่าปรับการออกแบบและต้นทุนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับราคาและความต้องการในแต่ละโซน รวมทั้งการเร่งโอนคอนโดมิเนียมในช่วงปลายปี ส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น” นายธีระ กล่าว

 

สำหรับปี 2569 พฤกษา เรียลเอสเตท มีกลยุทธ์ที่จะเร่งระบายสต๊อกพร้อมอยู่ ควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง บริหารกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง พร้อมเร่งยอดผ่านช่องทางออนไลน์และฐานลูกค้าเดิมที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ ขยายช่องทางเอเจ้นท์เพิ่มขึ้น 10% โดยเน้นไปที่กลุ่มต่างชาติทั้งจีน พม่า และไต้หวัน เพิ่มการแข่งขันผ่านกลยุทธ์ด้านราคา รวมไปถึงการออกแคมเปญโปรโมชัน และแคมเปญเพื่อสนับสนุนด้านการเงินแก่ลูกค้า ทั้งโปรแกรมพฤกษา พาส ที่ให้ลูกค้าทำสัญญา "ผ่อนตรงกับโครงการ" สูงสุด 1 ปี และสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที และยังมีแผนออกโปรแกรมอื่นๆ เพื่อช่วยลูกค้าที่อยากมีที่อยู่อาศัย แต่ติดปัญหาด้านสินเชื่อเพิ่มเติมอีกด้วย 

 

ด้านแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 อีก 7 โครงการ จะเป็น Brand Champion ที่เป็นความชำนาญของพฤกษาและเลือกสร้างโครงการใน Strategic Location มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดพรีเซลล์ 16,500 ล้านบาท รายได้ 15,000 ล้านบาท (ไม่รวมยอดจากโครงการที่มีการร่วมลงทุน) มีโครงการไฮไลต์ได้แก่ เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 ซึ่งเป็นโครงการลักชัวรี่ระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป, เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 แบบบ้านดีไซน์ใหม่ที่นำ “คอร์ทยาร์ด” มาเชื่อมพื้นที่ภายในบ้านกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน, เดอะ ปาล์ม วิภาวดี 64 บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical เพียง 19 ครอบครัว ขนาด42.1-66.2 ตารางวา นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวคอนโดสำหรับ Pet Parent แห่งแรกของพฤกษาที่แชปเตอร์ วันรัชดา 19 ด้วย

 

นายแพทย์นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัดกล่าวเสริมว่า ธุรกิจโรงพยาบาลในเครือวิมุตเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 เครือวิมุตได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่2,600 ล้านบาท เติบโต 16%  หลังจากปี 2568 โดยมีรายได้รวม 2,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3% และมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) 232 ล้านบาท เติบโตเท่าตัว โดยโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เริ่มทำกำไรรายไตรมาสได้กว่า 12 ล้านบาท และในเดือนธันวาคม 2568 มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งโรงพยาบาลมา ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายการบริการดูแลรักษาในสาขาหลัก เช่น สุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด และกระดูกและข้อ รวมถึงการเติบโตของลูกค้าประกัน ลูกค้าองค์กร และการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งเมียนมา (เติบโตขึ้น 10 เท่า) กลุ่มอาหรับ (เติบโต 2 เท่า) จีน และแอฟริกาในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในส่วนของโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ นอกจากความเป็นผู้นำด้านการป้องกันและรักษาผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการโปรโมทศูนย์ตรวจสุขภาพและยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน กับบริษัทขนาดใหญ่โดยรอบและลูกบ้านพฤกษา เพื่อให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น

 

ในปี 2569 มีกลยุทธ์หลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านผลิตภัณฑ์ จากความสำเร็จของการเปิดการบริการดูแลรักษาในสาขาหลักต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธินมีแผนขยายการบริการดูแลรักษาระบบทางเดินอาหารและตับ และระบบประสาทและสมอง และได้ออกแคมเปญเพื่อการดูแลสุขภาพสตรีครบครันทั้งสุขภาพภายในผู้หญิงและเรื่องความงามภายนอก ขณะที่โรงพยาบาลวิมุต-เทพาธารินทร์ เน้นศูนย์ไลฟ์สไตล์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ศูนย์อุบัติเหตุ และศูนย์ทางเดินอาหารและตับ 2) ด้านการตลาด มีแผนขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางประกันภัย ลูกค้าองค์กร ชาวต่างชาติที่พักอาศัยในประเทศไทย และการส่งต่อผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาล 3)ด้านการดำเนินงาน มุ่งยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานสากล (Operational Excellence) โดยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ป่วยให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ผ่านการใช้Telemedicine ระบบดิจิทัล และการออกแบบกระบวนการใหม่เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันเดินหน้าสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล (Global Credibility) ผ่านการขยายช่องทางสื่อสารไปยังคนไข้โดยตรง (D2P) ขยายการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแพทย์ (D2D) และเพิ่มปริมาณเคสที่มีความซับซ้อน (Complex Cases) ควบคู่กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนเพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแบรนด์ในระยะยาว

 

#PruksaHolding #PSH #LifetimeWellLiving #Pruksa #ViMUT

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com