CRC ปรับโฟกัสธุรกิจปี 2568 มุ่งเน้นการเติบโตตลาดไทย-เวียดนาม ประกาศทุ่มงบลงทุน 18,000 ล้านบาท เดินหน้าแผนเปิดสาขาใหม่ในไทย-เวียดนาม รวม 22-26 แห่ง ควบคู่ไปกับการรีโนเวทสาขาเดิมอีก 7 แห่ง ติดสปีดธุรกิจโต ปั๊มรายได้โต 4-5% (ยังไม่รวมผลกระทบอิหร่าน) เผยยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า และยังไม่มีขาดสินค้า ยันขณะนี้มีสินค้าในสต็อกพร้อม
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวนและมีความท้าทายจากปัจจัยหลายด้าน ปี 2569 นี้ ถือเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง บริษัทจะทุ่มงบลงทุน18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยวางแผนขยายสาขาใหม่ของท็อปส์ 8-10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3-5 สาขา ส่วนในประเทศเวียดนาม มีแผนขยายสาขาศูนย์การค้า GO! 2 สาขา, ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา ซึ่งคาดใข้เงินลงทุนราว 3,200 ล้านยาท -3,600 ล้านบาท หรือ 20% ของงบลงทุนรวม พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอื่น ๆ อย่างรอบคอบ โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2569 อยู่ที่ 4-5% ซึ่งยังไม่รวมผลกระทบจากสงครามสหรัฐ-อิหร่านและ EBITDA ที่ 5-7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
“เหตุการณ์(อิหร่าน) เพิ่งเกิดขึ้นเพียงสองสัปดาห์ จึงยังประเมินผลกระทบในเชิงกรณี worst cast ไม่ถูก และยังมีเรื่องภาษี (การค้า)ของสหรัฐที่เปลี่ยนแปลงอีก แต่มั่นใจว่าปีนี้ขะดีกว่าปีก่อน แม้ไม่รู้ว่าปีนี้จะเจออะไรอีด แต่เราเชื่อว่าสามารถปรับตัวได้ดี ขณะนี้ สินค้าในสต๊อกเรายังมีอยู่ ซึ่งปกติสต๊อกไว้ 30 วันยังไม่เห็นสัญญาณหรือแจ้งว่า สินค้าตัวใดที่ขาด ในสต๊อก ส่วนราคาสินค้าที่ขายก็ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา หรือราคาเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน ตอนนี้ราคาน้ำมันและค่าไฟยังไม่มีการปรับขึ้น ”
สำหรับแหล่งเงินลงทุน จะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท และจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน เซ็นทรัล รีเทล ให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัยเพื่อสร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ภายใต้กลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่
ทั้งนี้ ในปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง จากการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth ที่เน้นการเสริมแกร่งธุรกิจหลัก ต่อยอด New Growth Engine พร้อมทั้งปรับโฟกัสธุรกิจ มุ่งเน้นตลาดไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดย ณ สิ้นปี 2568 ธุรกิจของ CRC ในประเทศไทยมีจำนวน 3,596 ร้านค้า ครอบคลุมใน 63 จังหวัดทั่วไทย และคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80% ส่วนประเทศเวียดนาม มีจำนวนร้านค้าทั้งสิ้น 127 ร้านค้า ครอบคลุมใน 26 จังหวัด จาก 34 จังหวัด และมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 20% นอกจากนี้บริษัทฯ ยังขยายฐานสมาชิก The 1 ในเวียดนามด้วยยอดสมาชิกรวมกว่า 4.3 ล้านราย
โดยกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์โดดเด่น การขยายตัวของ ‘ไทวัสดุ’ อย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี จนปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 89 สาขา ใน 52 จังหวัดทั่วประเทศ ผลักดันยอดขายในปี 2568 ทะยานสู่ 43,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 9% พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 25%
ในขณะเดียวกันธุรกิจ New Growth Engine อย่าง ‘Auto 1’ ก็มีการเร่งสปีดขยายสาขาใหม่ถึง 13 แห่ง รวมปิดปี 2568 ทั้งสิ้น 53 แห่ง พร้อมวางโรดแมปเชิงรุกสำหรับปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาแบบเท่าตัวอีก 53 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้มีเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 106 สาขาบนทำเลศักยภาพทั่วประเทศ มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมและครบวงจร
“เซ็นทรัล รีเทล ยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในทุกย่างก้าวของการดำเนินธุรกิจ เราจะไม่หยุดนิ่งในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและตรงใจ ตอกย้ำภาพผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งไทยและระดับภูมิภาค “นายสุทธิสาร กล่าวสรุป