เบทาโกร พร้อมขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ขายหุ้นละ 40 บาท มูลค่าไม่เกิน 20,000 ล้านบาท นับเป็น IPO หุ้นในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในตลาดทุนไทย พร้อมกระแสตอบรับจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั่วโลก 25 ราย ลงนามในสัญญาลงทุนในหุ้น BTG เพื่อเป็น Cornerstone Investors จองซื้อระหว่างวันที่ 10 – 12 และ 17 ต.ค. นี้ คาดว่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ สัปดาห์แรกของเดือนพ.ย.
นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 55 ปี เบทาโกรมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพที่ดีกว่าและมีความปลอดภัยที่สูงกว่าในราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีคุณภาพชีวิตดียิ่งขึ้น เวลานี้นับได้ว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเบทาโกร ที่จะก้าวสู่การเติบโตครั้งสำคัญผ่านการเสนอขายหุ้น IPO และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในส่วนของกลยุทธ์การสร้างการเติบโตในอนาคต เบทาโกรมีแผนสร้างศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ด้วยแผนการขยายกำลังการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า การสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการจัดจำหน่ายโดยเฉพาะช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีมูลค่าสูง การมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น สำหรับศักยภาพการเติบโตในตลาดต่างประเทศ เบทาโกรมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศกัมพูชาและลาว การลงทุนในฟาร์มและโรงงานในประเทศเมียนมา การเพิ่มจุดหมายการส่งออกและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศที่สำคัญ เช่น ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง เป็นต้น ตลอดจนมุ่งแสวงหาและต่อยอดโอกาสการเติบโตใหม่ (New S-Curve) ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจโปรตีนทางเลือกจากพืชภายใต้แบรนด์ Meatly! และธุรกิจบริการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ Kerry Cool ซึ่งเป็นการร่วมค้ากับบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
นางศิริวรรณ อินทรกำธรชัย ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานบริหารการเงิน BTG กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เบทาโกรสามารถสร้างการเติบโตของรายได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 7.3% ต่อปี โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 เบทาโกรมีรายได้รวม 54,193.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
รายได้ส่วนใหญ่จากกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 68% ของรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ ส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจเกษตร กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 25%, 5% และ 2% ของรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการตามลำดับ สามารถสร้างกำไรสุทธิ 3,892.5 ล้านบาท
โดยเบทาโกรมีกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดคิดเป็น 233.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตจากทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน มีความโดดเด่นอย่างมากจากการเพิ่มขึ้นของทั้งราคาและปริมาณการขาย ตามกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงให้มากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารแปรรูป เป็นต้น 2) กลุ่มธุรกิจเกษตร ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นตามกลยุทธ์ Agro Total Solution และการเพิ่มขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ตามการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก 3) กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ เติบโตขึ้นตามราคาขายอาหารสัตว์และราคาขายสัตว์ที่มีชีวิตในกัมพูชาและลาวที่สูงขึ้นตามราคาตลาด 4) กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง เป็นการเพิ่มขึ้นทั้งราคาและปริมาณการขายอาหารสัตว์เลี้ยง สอดคล้องกับกลยุทธ์ของเบทาโกร ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์และช่องทางจัดจำหน่ายที่มีมูลค่าเพิ่มสูงให้มากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ เบทาโกรวางแผนที่จะเงินไปลงทุนเพื่อการเข้าซื้อ และ/หรือก่อสร้างฟาร์มและโรงงานแห่งใหม่ประมาณ 8,000 ล้านบาท การปรับโครงสร้างเงินทุนผ่านการชำระหนี้สินระยะสั้นและ/หรือระยะยาวให้แก่สถาบันการเงินประมาณ 8,960 – 10,500 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงาน ไม่เกิน 1,021 ล้านบาท
นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายวานิชธนกิจและตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า
หุ้น BTG ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ แม้อยู่ในสภาวการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนที่มีความผันผวนสูง โดยได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นละ 40 บาท ซึ่งมีนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเข้าลงนามในสัญญาลงทุนในหุ้น BTG เพื่อเป็น Cornerstone Investors ทั้งหมด 25 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,286 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77.1% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกในเบื้องต้น (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)
การตกลงลงทุนก่อนของนักลงทุนประเภท Cornerstone Investors ดังกล่าว สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเบทาโกรในฐานะบริษัทอาหารชั้นนำระดับสากลที่มีโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง ผ่านกระบวนการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และศักยภาพในการสร้างเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่า BTG จะเป็นหุ้นคุณภาพที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งอีกหนึ่งตัวสำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในตลาดทุนไทย
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า การเสนอขายหุ้นสามัญของ BTG ในครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่เป็นลูกค้าของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อหุ้นในระหว่างวันที่ 10 – 12 และ 17 ตุลาคมนี้
ในการเสนอขายหุ้นสามัญของ BTG ในครั้งนี้ มีจำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ (รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินอาจใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัทฯ ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ประกอบไปด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 434.8 ล้านหุ้น และอาจพิจารณาจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Overallotment Option) จำนวนไม่เกิน 65.2 ล้านหุ้น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น ในช่วง 30 วันแรกหลังจากที่หุ้น BTG เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้นและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน
โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย รวมทั้งมีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 6 ราย ประกอบด้วย (1) บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (2) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (3) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (4) บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (5) บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ (6) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด โดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินและดำเนินการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น (Overallotment and Stabilizing Agent)
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลจากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และหนังสือชี้ชวนของ BTG ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (https://www.sec.or.th) และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.betagro-investor.com หรือ Email: ir@betagro.com