Market

“โกลเบล็ก” มองหุ้นไทย ส.ค. 69 ลุ้น Sideway Up ชี้ช่องลงทุน 5 หุ้นเด่น CBG-STA-BBGI-PR9-TNP
5 ส.ค. 2569

กรุงเทพฯ - บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนสิงหาคม 2569 มีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยให้กรอบดัชนีที่ 1,600 – 1,650 จุด รับปัจจัยบวกจากนักลงทุนคลายความกังวลความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน ควบคู่ราคาน้ำมันดิบชะลอตัวลง หนุนเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) สลับกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเดือน ก.ค. เกือบ 5 หมื่นล้านบาท บวกกับยอดส่งออกไทยเดือน มิ.ย. โตพุ่ง 20.8% แนะกลยุทธ์ดักลงทุน 5 หุ้นเด่นแนวโน้มผลประกอบการ Q2/26 เติบโตแกร่ง ชู CBG-STA-BBGI-PR9-TNP

 

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ว่า ตลาดมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยประเมินกรอบเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,600–1,650 จุด โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่กลับมาผ่อนคลาย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน และการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถสัญจรได้อีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ชะลอตัวลงมาที่ระดับต่ำกว่า $80 ต่อบาร์เรล จากที่เคยพุ่งสูงทะลุ $88 ต่อบาร์เรลในช่วงก่อนหน้า

 

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกหนุนจากกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) มีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน ขณะที่เครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่านักลงทุนลดน้ำหนักคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ลงเหลือ 65% จากเดิม 82% รวมถึงธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% และความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในการเข้าแทรกแซงตลาดเงินเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน

 

สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามาอย่างชัดเจน โดยในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวซื้อสุทธิสูงถึง 45,000–48,700 ล้านบาทจากซื้อสุทธิ 6.86 พันล้านบาทในเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีขึ้นมาแตะระดับกว่า 73,000–74,300 ล้านบาท และตัวเลขการส่งออกของไทยเดือน มิ.ย. 69 ที่ขยายตัวเร่งขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 20.8%YoY คิดเป็นมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยี/AI โครงสร้างพื้นฐาน Data Center และการเร่งสั่งซื้อล่วงหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) เดือน มิ.ย. ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ +2.42%YoY

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยกดดันที่ต้องระมัดระวัง ได้แก่ นโยบายการเงินสหรัฐฯ ซึ่งการประชุม FED ครั้งล่าสุดในเดือนก.ค. แม้มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.50%–3.75% แต่มีกรรมการ 3 ท่านเห็นต่างโดยสนับสนุนให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75% – 4.00% เนื่องจากกังวลเรื่องแรงกดดันเงินเฟ้อ

 

อีกทั้งตลอดเดือนก.ค. ตลาดการเงินทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากความวิตกว่าการลงทุนจำนวนมากในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะคืนทุน ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อมูลค่าของบริษัทเทคโนโลยีที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และ ธปท. ชี้เศรษฐกิจไตรมาส 2/69 ชะลอตัวลงเป็นจุดต่ำสุดของปี (Bottom Out) จากผลกระทบพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 18,510,243 คน (ชะลอตัวลงเล็กน้อย 3.19% YoY) รายได้สะสมจากการท่องเที่ยว  896,214 ล้านบาท (ลดลง 2.79% YoY) มีการชะลอตัวลงเล็กน้อยจากปัจจัยด้านกระแสข่าวและปริมาณเที่ยวบินในบางเส้นทาง และล่าสุดสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีศุลกากรใหม่ตามมาตรา 301 กับ 60 ประเทศ โดยเรียกเก็บภาษีจากประเทศไทยที่อัตราสูงสุด 12.5%

 

ส่วนปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในเดือน ส.ค. 2569 ในประเทศ อาทิ  การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและผู้บริโภค, การประชุมกกร. (5 ส.ค.), สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 2/69 (17 ส.ค.), ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศ และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4/69 (26 ส.ค.) ส่วนต่างประเทศ การรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น และอียู รวมถึงตัวเลขการจ้างงานและดุลการค้าของสหรัฐฯ

 

ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในเดือนสิงหาคม โดยเน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตโดดเด่น ได้แก่ CBG, STA, BBGI, PR9 และ TNP

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com