แนวโน้มตลาดวันนี้ (29 พ.ค.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งตัวขึ้น แรง หนุนจากข่าวผู้แทนเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลง MOU 60 วันขยายเวลาหยุดยิง-เริ่มเจรจาโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน อย่างไรก็ตาม MOU นี้ต้องได้รับการอนุมัติจาก ปธน.ทรัมปก่อน จึงมีโอกาสพลิกผันได้ตลอด ขณะที่ช่วงท้ายตลาดอาจมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้นจาก MSCI Rebalance ที่จะมีผลโดยใช้ราคาปิดสิ้นวันนี้ รวมทั้งอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ทางเทคนิคดัชนีย่อตัวลง แต่หากไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• สื่อสหรัฐฯ (Axios) เผยสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุ MOU ขยายเวลาหยุดยิงอีก 60 วัน โดยอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบแลกกับผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน แต่สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านปฏิเสธว่าร่าง MOU ยังไม่มีการสรุป แม้รายงานข่าวยังขัดแย้งกันแต่ยังเป็น Sentiment บวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงจากมีความคืบหน้าจะบรรลุข้อตกลง
• สหรัฐฯ เผย GDP 1Q69 (ประมาณการครั้งที่ 2) ขยายตัว 1.6%QoQ ต่ำกว่าตลาดคาดและประมาณการครั้งแรกที่ +2.0%QoQ เนื่องจากการปรับลดในหมวดการใช้จ่ายผู้บริโภคซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของเศรษฐกิจ ส่วน Core PCE ใน เม.ย. ขยายตัว 3.3%YoY เป็นไปตามที่ตลาดคาด
• IEA คาดปี 2569 การลงทุนในโครงการน้ำมันทั่วโลกจะลดลงต่ำกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จากอุปทานชะงักงันที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้บริษัทน้ำมันหันไปให้ความสำคัญกับเส้นทางขนส่งพลังงานใหม่และแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น มองบวกระยะยาวต่อกลุ่มพลังงานหมุนเวียน
• WMO เตือนอุณหภูมิเฉลี่ยโลกช่วงปี 2569-2573 ใกล้ระดับ All-time High พร้อมประเมิน El Nino จะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูหนาวปีนี้ มองลบต่อกลุ่มสินค้าเกษตรหลังอากาศร้อนกระทบผลผลิต แต่บวกต่อกลุ่มผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม (ICHI HTC CPALL) และกลุ่มจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น (GLOBAL HMPRO)
• ตลท. เผยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาและปริมาณซื้อขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับขึ้นอย่างมีนัย จนทำให้บางหลักทรัพย์มี PE และ PBV อยู่ในระดับสูง ซึ่งหากพบสภาพการซื้อขายผิดปกติสะท้อนการเก็งกำไรสูงไม่สอดรับกับพื้นฐาน จะพิจารณาใช้มาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1-3 มองเป็น Sentiment ลบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ หลังมีความคาดหวังพัฒนาการบวกจากสงครามตะวันออกกลาง อีกทั้งมีแรงหนุน Moody's ปรับเพิ่ม Outlook เป็น Stable และ Valuation หุ้นไทยส่วนใหญ่ยังถูก โดย SET ex-DELTA มี Fwd PER 69F เพียง 12 เท่า อย่างไรก็ดีคาด Upside ยังจำกัดและดัชนีมีโอกาสเข้าสู่โหมดปรับฐานชั่วคราวจากผลฤดูกาลและแรงกดดันจากการปรับลดน้ำหนักของ MSCI Rebalancing ในวันที่ 29 พ.ค. นี้ อีกทั้งความกังวลเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นคาดยังกดดันบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
BCH: ปัจจัยกระตุ้นจากสงครามตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยุติลง จำนวนผู้ป่วยตะวันออกกลางมีแนวโน้มฟื้นตัว และมีผู้ป่วยจากตลาดใหม่ๆ ขณะที่ผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ผลประกอบการใน 2H69 คาดจะแข็งแกร่งกว่าใน 1H69 เป้าหมายระยะสั้นที่ 9.75 บาท
CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก “ไทยช่วยไทยพลัส” จะสนับสนุนกำลังซื้อภายในประเทศ และสภาพอากาศร้อนหนุนการบริโภคเครื่องดื่ม SSS ใน 2Q69TD คาดเติบโตต่อเนื่องและมาร์จิ้นคาดยังแข็งแกร่ง ทำให้กำไร 2Q69 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 48.00 บาท