บล.โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ Sideway ออกข้าง อยู่ในช่วง 1,460 – 1,500 จุด ติดตามผลประกอบการ บจ.และการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นที่เข้าคำนวณ MSCI Global Small Cap
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนยังคงติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะสิ้นสุดภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ที่จะใช้ราคาปิดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ จึงคาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,460 – 1,500 จุด
สำหรับบรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกิจกรรมภาคการผลิตของญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี สะท้อนอุปสงค์แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลก
ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักราว 50% ต่อการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนมิถุนายน เพิ่มความเชื่อมั่นต่อสภาพคล่องในตลาดโลก ด้านสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเปิดตัวโครงการลงทุนชุดแรก มูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ตามข้อตกลงที่ญี่ปุ่นให้คำมั่นไว้ ถือเป็นแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก
ส่วนในประเทศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหารือกับเลขาธิการอีอีซี เดินหน้าโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ EECiti บนพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมโครงการฮับเอ็นเตอร์เทนเมนต์ สวนสนุก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และศูนย์แสดงสินค้า ขณะที่ส.อ.ท. รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 88.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมการผลิตและคำสั่งซื้อช่วงตรุษจีน
ขณะที่ปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุน โดยหลักมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยตัวเลขขาดดุลการค้าเดือนธันวาคมพุ่งขึ้น 32.6% สู่ระดับ 7.03 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นจากระดับ 5.30 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก
นอกจากตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐที่สูงกว่าคาดแล้ว ล่าสุดศาลฎีกาสหรัฐมีคำพิพากษาเสียงข้างมากว่ากฎหมาย IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการประกาศภาษีศุลกากรฝ่ายเดียว ส่งผลให้มาตรการภาษีทั่วโลก (Reciprocal Tariff) ที่สหรัฐประกาศก่อนหน้านี้ถูกตัดสินว่าเกินอำนาจตามกฎหมาย อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงประกาศเดินหน้าปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% บ่งชี้ว่ามาตรการภาษียังไม่จบ ซึ่งอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 25 ก.พ. ประชุม กนง. ครั้งที่ 1/69, วันที่ 27 ก.พ. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย, สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 2 มี.ค. ส่งงบการเงินงวด 4Q68 และปี 68 วันสุดท้าย ด้านสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตา อาทิ วันที่ 23 ก.พ. สหรัฐ รายงาน ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนธ.ค. และม.ค. และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค., วันที่ 24 ก.พ. อียู รายงานยอดขายรถยนต์ใหม่เดือนม.ค., สหรัฐ รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ ราคาบ้านเดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ., วันที่ 25 ก.พ. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค., สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่เข้าคำนวณใน MSCI Rebalance ที่มีการปรับน้ำหนักดัชนีรอบล่าสุด โดยมีผลตามราคาปิดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยหุ้นเข้า MSCI Thailand ไม่มี ส่วนหุ้นที่นำออกได้แก่ CPAXT และหุ้นที่มีการนำเข้าคำนวณ MSCI Global Small Cap ได้แก่ CRC, IVL และ JTS ขณะที่หุ้นนำออกได้แก่ HANA, JMT, M และ PLANB