Market

InnovestX คาดตลาดคลายกังวลน้ำมันระยะสั้นหนุน SET ฟื้น
17 มี.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (17 มี.ค.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ฟื้นตัวขึ้น ราคาน้ำมันชะลอปรับขึ้นช่วยคลายกังวลช่วงสั้น ส่วนหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ น่าจะหนุนตลาดได้ตามทิศทางหุ้น Tech สหรัฐฯ แต่กระแส Fund Flow ไหลออกโดยเดือนนี้ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวมกว่า 3.9 หมื่นลบ. ทำให้ดัชนีมีกรอบบนจำกัด วันนี้ติดตามประชุม ครม. พิจารณามาตรการช่วยเหลือ ปชช. รับมือวิกฤตพลังงาน ทางเทคนิคดัชนีมีแนวต้าน 1430/1440 หากผ่านได้จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่หากไม่ผ่านมีแนวโน้มแกว่งในกรอบ แนวรับ 1400/1390

 

ประเด็นสำคัญ

• กบน. มีมติเพิ่มเงินอุดหนุนดีเซลสำหรับวันนี้ที่ 20.36 บาท/ลิตร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อตรึงราคาดีเซลที่ไม่เกิน 29.94 บาท/ลิตร ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดติดลบ 1.26 หมื่นลบ. โดยช่วงสัปดาห์ก่อนมีเงินไหลออกเฉลี่ยราว 1.7 พันล้านบาท/วัน ติดตามมาตรการรัฐบาลว่าจะตรึงหรือทยอยปรับขึ้นราคาดีเซล

 

• รมว. คลังสหรัฐฯ เผยสหรัฐฯ อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้น ส่วน IEA ได้ประกาศจะระบายน้ำมันสำรองในภูมิภาคเอเชียทันทีและเตรียมจะระบายในยุโรปและอเมริกาในช่วงปลาย มี.ค. นี้ มองประเด็นดังกล่าวจะช่วยผ่อนคลายความตึงตัวของตลาดน้ำมันได้บ้าง

 

• 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย (TSMC) เสนอรัฐบาลยกระดับการรับมือวิกฤตพลังงานผ่านการสนับสนุนการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นเชื้อเพลิงหลัก เพื่อลดการใช้น้ำมัน ควบคู่กับการขยายการผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มน้ำตาล อย่าง KSL, KTIS, BRR

 

• เลขาธิการสภาผู้แทนฯ ได้ทำหนังสือด่วนเพื่อนัดประชุมสภาฯ ในวันที่ 19 มี.ค. 2569 เพื่อลงมติเลือกนายกฯ ประธานสภาคาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันก่อนสงกรานต์ เป็น Sentiment เชิงบวกเล็กน้อยต่อตลาดหุ้นไทย บนความคาดหวังรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มจะเร่งแก้วิกฤต, ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจัดทำงบประมาณ

 

• กระแสเงินทุนต่างชาติพลิกไหลออกชัดเจนขึ้นหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ThaiBMA เผย นลท. ต่างชาติขายตราสารหนี้ไทยสุทธิ 3.7 หมื่นลบ. ใน มี.ค. 2569 เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยในเดือนนี้ที่เผชิญการขายสุทธิ 3.9 หมื่นลบ. ทิศทางสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาค

 

กลยุทธ์การลงทุน

 ช่วงสั้นมอง SET ยังอยู่ในภาวะ Risk-off และผันผวนสูง โดยหากวิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซลากยาวเกิน 1 เดือน จนส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$90/bbl คาดจะเกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกในระดับรุนแรง (Supply Shortage) ซึ่งจะลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่นทั่วโลก โดยต้นทุนแฝงในภาคการผลิตจะเริ่มสะสมจนกดดันให้เกิดการขาดแคลนสินค้า และ/หรือ ราคาขายสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง (Stagflation) ในกรณีเลวร้ายคาดจะกดดันให้ GDP ไทย และ EPS SET ลดลงเหลือ 1.1% และ 91.0 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า (ระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่) จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด ปัจจัยสำคัญอื่นที่ต้องติดตามคือ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก (Fed, ECB, BoE, BoJ) กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

GULF: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับลงและการจัดตั้งรัฐบาลที่มีความชัดเจน หลังได้รัฐบาลใหม่คาดจะเดินหน้ามาตรการ Direct PPA และ PDP2026 ผลประกอบการปี 69 คาดจะเติบโตต่อจากการขยายกำลังการผลิต, Capacity Payment และเงินปันผลจากการลงทุน เป้าหมายระยะสั้นที่ 57.00 บาท

 

KTB: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเงินปันผลในระดับสูงที่ 2.24 บาท/หุ้น หรือ Div. Yield ที่ 6.5% โดยจะขึ้น XD วันที่ 10 เม.ย. และมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่มี ROE สูงและความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่ากลุ่ม เรามีมุมมองที่ดีขึ้นต่อผลประกอบการปี 69 จาก Credit Cost ที่มีแนวโน้มลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 34.75 บาท

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com