Market

EKH โค้งสุดท้ายโตไม่หยุด รับไฮซีซั่น บล.กรุงศรี แนะ“ซื้อ” เคาะราคาพื้นฐาน 9.20 บาท
19 ต.ค. 2565

เอกชัยการแพทย์ ส่งสัญญาณธุรกิจและผลการดำเนินงานไตรมาสสุดท้ายของปีโตไม่ยั้ง  รับอานิสงส์เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ด้าน บล.กรุงศรี แนะ “ซื้อ” ให้เป้า 9.20 บาทต่อหุ้น คาดกำไรปี 66 อยู่ที่ 227 ล้านบาท หรือเติบโต 9%  
 

นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH ผู้ประกอบธุรกิจสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ เชื่อว่าจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ Health Care จากการเปลี่ยนฤดูกาลทำให้จำนวนผู้ป่วยใน และผู้ป่วยนอก เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง   


ขณะที่ การกลับเข้ามาใช้บริการศูนย์ผู้มีบุตรยาก ของลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะลูกค้าชาวจีน เริ่มฟื้นตัว หลังการเปิดประเทศ  ประกอบกับการเปิดให้บริการโรงพยาบาลคูน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จะช่วยสนับสนุนให้การเติบโตรายได้และกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  


“ จากปัจจัยบวกต่างๆ ทำให้เชื่อว่าภาพรวมธุรกิจ และผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะยังคงสดใส ซึ่งช่วยสนับสนุนให้รายได้ และกำไรปรับตัว เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” นายแพทย์อำนาจ กล่าว 


ด้านบล.กรุงศรี ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้น EKH คาดว่ากำไรปี 2566 จะอยู่ที่ 227 ล้านบาท หรือโต 9%  และปี 2567 จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 268 ล้านบาท หรือโต 18%  ซึ่งสูงกว่าระดับก่อนโควิด โดยได้รับอานิสงส์จากการปลดล็อคอุปสงค์คงค้างจากศูนย์ผู้มีบุตรยาก และรายได้จาก Non-Covid ฟื้นตัวและปรับราคาขึ้นอีก 3-5%


สำหรับรายได้จากศูนย์ผู้มีบุตรยาก คาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดเป็น 150 ล้านบาท  หรือ 68% ในปี 2566  และ 200 ล้านบาท หรือ 90% ในปี 2567 เมื่อเทียบกับปี 2563-2564  ที่มีรายได้ 38-42 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไร จำนวน 30 ล้านบาทในปี 2566  และ 40 ล้านบาทในปี 2567  จากที่ขาดทุน จำนวน 14 -24 ล้านบาท ในปี 2563-2564  เนื่องจากการปลดล็อคอุปสงค์คงค้างของลูกค้าจีน ซึ่งคาดว่าจีนจะเปิดประเทศ หลังประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์วันที่ 16 ต.ค.นี้ โดยรายได้จากลูกค้าจีนคิดเป็น 90% ของรายได้ศูนย์ผู้มีบุตรยากก่อนโควิด


ส่วนรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากโควิด-19 คาดว่าจะฟื้นตัว โดยเฉพาะศูนย์สูตินารีเวช และศูนย์กุมารเวช  (EKH มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเทียบกับรพ.เอกชนในสมุทรสาคร) และศูนย์อุบัติเหตุ ซึ่งทางฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ารายได้ Non-Covid จะเพิ่มขึ้น 16% เป็น 970 ล้านบาทในปี 2566  และ 12% เป็น 1,100 ล้านบาท ในปี 2567 จากจำนวนผู้ป่วยโรคระบาดตามฤดูกาลและอุบัติเหตุในโรงงานสูงขึ้น ซึ่ง EKH ยังมีแหล่งรายได้เพิ่มจากการตรวจ ATK ผู้ป่วยที่มีไข้และขยายแผนกไตเทียม


ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ จึงให้ราคาเป้าหมาย 9.20 บาท จาก 29 เท่า PER (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเล็กน้อย) และมีอัพไซด์จากการจดทะเบียนในตลาด mai ของ KLINIQ อีก  0.3-0.4 บาท/หุ้น (สมมติฐาน กำไร 184-202 ล้านบาท ,EPS 0.84-0.92 บาท,PER 16-22 เท่า EKH ถือหุ้น 16 ล้านหุ้น @ 10.3 บาทต่อหุ้น) EKH ให้ผลตอบแทนวม 16% แนะนำ ซื้อ
 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com