Market

InnovestX  คาด SET ใกล้แนวรับจิตวิทยา 1300 อีกครั้ง
27 ม.ค. 2569

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แนวโน้มตลาดวันนี้(27 ม.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์ นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิต่อเป็นวันที่ 4 กดดันจิตวิทยาเงินทุนไหลเข้า อย่างไรก็ตาม  ตลาดพักมาระดับหนึ่งใกล้ 1300 มีโอกาสชะลอการลงได้ ปัจจัยภายนอก ตลาดเฝ้าระวังสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อ แต่เบื้องต้นยังไม่มีความรุนแรง ส่วนไวรัสนิปาห์เป็นการติดต่อทางสารคัดหลั่งยังไม่พบ Airborne ลดความกังวล ส่วนการหยุดหน่วยงานราชการสหรัฐติดตามวุฒิสภาผ่านกม.ก่อน 30 มค.นี้ ทางเทคนิค มีโอกาสชะลอการลงสั้นที่ 1300/1285 ไม่ควรหลุด

 

ประเด็นสำคัญ

• นายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเฝ้าระวังจากสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ โดยเฉพาะสนามบินนานาชาติ 3 แห่ง ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และภูเก็ต เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยปัจจุบันยังไม่พบผู้ติดเชื้อในไทย แต่มองเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามสำหรับกลุ่มท่องเที่ยว

 

• เงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ย. ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐกำลังดำเนินการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่าอาจนำไปสู่การแทรกแซงตลาด

 

• BOI เผยคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยโดยมีจำนวน 3,370 โครงการ เพิ่มขึ้น 11% และมีเงินลงทุน 1,876,653 ลบ. เพิ่มขึ้น 67% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อไทยนำโดยอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมสีเขียวที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนมองจะเป็นผลบวกต่อ GDP ไทยในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มนิคม, Data Center และผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์

 

• นักลงทุนจับตาความเสี่ยงรัฐบาลสหรัฐชัตดาวน์ปลายสัปดาห์นี้ หลังเดโมแครตขู่ไม่หนุนงบประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หากรวมงบ DHS ขณะที่รีพับลิกันมีเสียงเพียง 53 เสียงจากที่ต้องการอย่างน้อย 60 เสียงไม่ถึงเกณฑ์ อาจทำให้สหรัฐชัตดาวน์อีกครั้งภายใน 30 ม.ค.

 

• ศาลฎีกาสหรัฐปิดสมัยประชุม 4 สัปดาห์ คาดพิจารณาคดี “ภาษีทรัมป์” เร็วสุด 20 ก.พ. แต่มีโอกาสเลื่อนถึงมิ.ย. ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน หากศาลคว่ำภาษี รัฐบาลอาจใช้กฎหมายอื่นเดินหน้าเก็บภาษีต่อ

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1,270–1,360 จุด ปัจจัยในประเทศติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน, การทยอยประกาศผลประกอบการ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกติดตาม ผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ม.ค. แม้ตลาดคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยแต่จับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป, ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

MTC: ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง โดย 4Q68คาดกำไรเติบโต 5%QoQ และ 17%YoY ส่วนปี 2569 คาดกำไรเติบโต 15%YoY แรงหนุนจากสินเชื่อโตดีและ NIM ที่ขยายตัวจากต้นทุนการเงินที่ลดลง ส่วน Valuation น่าสนใจโดยปี69 เทรดด้วย PER 8.7 เท่าเทียบกับ EPS growthที่ 15%เป้าหมายระยะสั้น34 บาท

 

CPALL: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 คาดจะออกมาดีที่สุดในกลุ่มที่ราว 7 พันลบ. เติบโต 1%YoY และ 8%QoQ ขณะที่ SSS เริ่มฟื้นตัว คาดกำไร 1Q69 เติบโตต่อได้ทั้ง QoQ และ YoY ส่วน Valuation ไม่แพง PER 69F อยู่ที่ 12 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม ทั้งที่การเติบโตเด่นกว่า เป้าหมายระยะสั้น 43.75 บาท

 

 

 

 

 

 

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com