แนวโน้มตลาดวันนี้ (10 ก.พ.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดปรับตัวขึ้นต่อ สัญญาณเงินทุนไหลเข้ายังชัดเจนซื้อสุทธิสูง ขณะที่ฝั่งกองทุนไทยมีโอกาสกลับมาซื้อสุทธิต่อเพื่อไม่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดช่วยค้ำตลาดไว้ ด้าน Valuation แม้ตลาดปรับตัวขึ้นมาเร็ว-แรง แต่ SET ยังซื้อ-ขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PER 10 ปีในอดีตที่ 16 เท่า ด้าน Outlook ยังดีจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมีโอกาสในแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น ทางเทคนิค ยังคงเป็นการแกว่งตัวขึ้น ประเมินแนวต้านวันนี้ที่ 1420/1430
ประเด็นสำคัญ
• กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ประกาศเตือนเรือสัญชาติสหรัฐฯ ให้เดินทางห่างจากพื้นที่อิหร่านระหว่างผ่านช่องแคบ Hormuz และอ่าวโอมานเพื่อลดความเสี่ยงถูกโจมตี หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ปรับขึ้น 1.7%DoD มองเป็นบวกระยะสั้นต่อ PTTEP
• รมว. คลังยืนยันหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะเดินหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส, เร่งผลักดัน “Thailand FastPass” ปลดล็อกการลงทุนมูลค่า 4.8 แสนลบ. มองเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (TNP CPAXT CPALL) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
• AOT ประเมินช่วงตรุษจีนปี 2569 (13-22 ก.พ.) จะมีจำนวน ผดส. เดินทางในเส้นทางจีนราว 679,259 คน เพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงตรุษจีนปี 2568 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุตฯ การบินและท่องเที่ยว มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW
• ตลท. เตรียมเสนอต่อรัฐบาลใหม่ใช้ Omnibus Law แก้ไขข้อบังคับตลาดทุนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น, ปรับสิทธิประโยชน์ TISA จากลดหย่อนเป็นเว้นภาษีเงินปันผลและกำไรดึงเม็ดเงินลงทุนยาว, ปลดล็อกโครงสร้างหุ้น Dual Class Shares และหุ้นบุริมสิทธิให้ต่างชาติลงทุนได้ไม่จำกัดแต่คงอำนาจบริหารไว้ที่คนไทย ซึ่งมองจะเป็นผลบวกระยะยาวต่อ SET
• ผู้กำกับดูแลสถาบันการเงินจีนได้แนะนำธนาคารในจีนลดสัดส่วนถือครองพันธบัตรสหรัฐเพื่อบริหารความเสี่ยงและลดการกระจุกตัวของสินทรัพย์ รวมทั้งลดความผันผวนของตลาดจากนโยบายการคลังและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ มองเป็น Sentiment กดดัน Bond Yield ลดลงและดอลลาร์อ่อนค่า ซึ่งเป็นบวกต่อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและหุ้นที่ได้อานิสงส์บาทแข็งค่าอย่างโรงไฟฟ้า (GULF GPSC)
• AOT ประเมินช่วงตรุษจีนปี 2569 (13-22 ก.พ.) จะมีจำนวน ผดส. เดินทางในเส้นทางจีนราว 679,259 คน เพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงตรุษจีนปี 2568 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุตฯ การบินและท่องเที่ยว มองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW)
• ตลท. เตรียมเสนอต่อรัฐบาลใหม่ใช้ Omnibus Law แก้ไขข้อบังคับตลาดทุนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น, ปรับสิทธิประโยชน์ TISA จากลดหย่อนเป็นเว้นภาษีเงินปันผลและกำไรดึงเม็ดเงินลงทุนยาว, ปลดล็อกโครงสร้างหุ้น Dual Class Shares และหุ้นบุริมสิทธิให้ต่างชาติลงทุนได้ไม่จำกัดแต่คงอำนาจบริหารไว้ที่คนไทย ซึ่งมองจะเป็นผลบวกระยะยาวต่อ SET
• ผู้กำกับดูแลสถาบันการเงินจีนได้แนะนำธนาคารในจีนลดสัดส่วนถือครองพันธบัตรสหรัฐเพื่อบริหารความเสี่ยงและลดการกระจุกตัวของสินทรัพย์ รวมทั้งลดความผันผวนของตลาดจากนโยบายการคลังและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ มองเป็น Sentiment กดดัน Bond Yield ลดลงและดอลลาร์อ่อนค่า ซึ่งเป็นบวกต่อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและหุ้นที่ได้อานิสงส์บาทแข็งค่าอย่างโรงไฟฟ้า (GULF GPSC)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและมีเสถียรภาพสูง ช่วยลดสุญญากาศทางการเมืองและสร้างความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ควรระมัดระวัง หลังวานนี้ดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นรุนแรงและทดสอบระดับจิตวิทยา 1400 จุดจากFund Flow ที่ไหลเข้า ทำให้ทางเทคนิคมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพักตัว หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1420/1430 จุดได้ ปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบาย ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีก และ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองดอกเบี้ยสหรัฐ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น หลังสหรัฐฯ เตือนให้เลี่ยงการเดินเรือใกล้อิหร่าน กำไรสุทธิ 4Q68 สูงกว่าที่คาดที่ 1.75 หมื่นลบ. (+37.9%QoQ แต่ -4.4%YoY) จากปริมาณการขายที่สูงขึ้นและกำไรพิเศษจากการเข้าซื้อโครงการ Touat และเตรียมจ่ายปันผล 4.65 บาท/หุ้น คิดเป็น 3.6% เป้าหมายระยะสั้นที่ 132 บาท
CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังต่อจำนวน นทท. ที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ขณะที่โมเมนตัมดีต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องการฟื้นตัวของอตุฯ การบินและท่องเที่ยวโลก ด้านกำไรปกติ 4Q68 คาดดีขึ้น QoQ ส่วนปี 2569 คาดกำไรโต 16%YoY พลิกจากที่ลดลง 6%YoY ในปี 2568 เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.75