Market

อินโนเวสท์ เอกซ์ ชี้มีปัจจัยแวดล้อมเชิงลบกดดัน SET
19 มี.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (19 มี.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ปรับลง กดดันจาก 1) ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งทะลุ $110/bbl อิหร่านขู่โต้กลับแหล่งพลังงาน 3 ชาติอาหรับหลังอิสราเอลโจมตีคลังก๊าซและน้ำมันขนาดใหญ่ของอิหร่าน 2) Fed อาจลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ 3) วันนี้โหวตลงมติเลือกนายกฯ แม้จะยังคงดำเนินตามขั้นตอนต่อไปได้ แต่ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องกรณีบัตรเลือกตั้งไว้วินิจฉัย ถือเป็น overhang ที่อาจส่งผลต่อการลงทุน ประเมินแนวรับ 1410/1395 แนวต้าน 1430/1440

 

ประเด็นสำคัญ

• แหล่งก๊าซฯ อิหร่าน Pars ถูกโจมตี ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกโจมตี สื่ออิหร่านรายงานว่าอิสราเอลเป็นผู้โจมตีโดยมีสหรัฐฯ เห็นชอบ และอิหร่านตอบโต้โดยประกาศให้ประเทศเพื่อนบ้านอพยพออกจากแหล่งพลังงานต่างๆ เนื่องจากเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 6.7% สู่ระดับ US$107/bbl

 

• ศาล รธน. มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องประเด็น Barcode/QR Code บนบัตรเลือกตั้งจะทำให้การลงคะแนนเสียงไม่เป็นไปโดยลับหรือไม่ ซึ่งอาจขัดต่อ รธน. และทำให้ผลเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยสั่ง กกต. เข้าชี้แจงใน 15 วัน ประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลทางการเมือง ทำให้ตลาดหุ้นไทยวานนี้เผชิญแรงขายระหว่างวันและปิดบวกลดลง ส่วนการประชุมสภาผู้แทนฯ เพื่อโหวตนายกฯ ในวันนี้คาดจะดำเนินต่อได้

 

• รมว. คลังสั่งเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตพลังงานในทุกมิติ รวมถึงการเตรียมออก พ.ร.ก. ให้ค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯ และแนวทางการลดภาษีสรรพสามิตหากกองทุนฯ ถึงขีดจำกัด เพื่อให้พร้อมบังคับใช้ได้ทันทีหลังมีรัฐบาลใหม่

 

• นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปเผยได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง 3 ด้านหลัก คือ โลจิสติก พลังงาน และบรรจุภัณฑ์ ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นและส่งสัญญาณเตรียมปรับราคาสินค้าขึ้น 10-20% และเสนอภาครัฐเร่งออกมาตรการด้านภาษีเพื่อบรรเทา มองประเด็นดังกล่าวเป็นสัญญาณลบต่อกำลังซื้อ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็น

 

• การประชุมนโยบายการเงิน FOMC มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่สามติดต่อกันที่ 3.50-3.75% เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ และส่งสัญญาณจะลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2569 และ 2570 และได้ปรับขึ้นคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ปีนี้เป็น +2.4% (เดิม +2.3%)

 

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET ยังอยู่ในภาวะ Risk-off และผันผวนสูง โดยหากวิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซลากยาวเกิน 1 เดือน จนส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$90/bbl คาดจะเกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลกในระดับรุนแรง (Supply Shortage) ซึ่งจะลามไปสู่อุตสาหกรรมอื่นทั่วโลก โดยต้นทุนแฝงในภาคการผลิตจะเริ่มสะสมจนกดดันให้เกิดการขาดแคลนสินค้า และ/หรือ ราคาขายสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง (Stagflation) ในกรณีเลวร้ายคาดจะกดดันให้ GDP ไทย และ EPS SET ลดลงเหลือ 1.1% และ 91.0 บาท ตามลำดับ ซึ่งหากอิง PER 14 เท่า (ระดับก่อนเงินทุนไหลเข้ารอบใหญ่) จะได้ SET ที่ระดับ 1275 จุด ปัจจัยสำคัญอื่นที่ต้องติดตามคือ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก (Fed, ECB, BoE, BoJ) กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

Daily Top Picks

PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งสู่ระดับ US$107/bbl ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับขึ้น แหล่งก๊าซฯ Pars ของอิหร่านถูกโจมตี และอิหร่านประกาศให้ประเทศเพื่อนบ้านอพยพและเตรียมตอบโต้ และมองเป็นสินทรัพย์ Hedge เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้แก่พอร์ต เป้าหมายระยะสั้นที่ 151.00 บาท

 

ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานสูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 387 บาท

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com