Market

อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ฟื้นตัวแต่ปัจจัยหนุนยังไม่มาก
13 ส.ค. 2569

แนวโน้มตลาดวันนี้ (13 ส.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์  คาด SET ฟื้นตัวขึ้นจากการที่ Bond Yield สหรัฐฯ ลดลง หลังดัชนี CPI ก.ค. ออกมาตามคาด เพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. หนุน Sentiment โดยรวม ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัว อย่างไรก็ตาม ประเมินการปรับขึ้นยังมีลักษณะกระจายตัวไปในหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุนและหุ้นที่ Laggard โดยวันนี้จับตาการรายงานงบฯ 2Q26 ที่ใกล้เสร็จสิ้น รวมทั้งคืนนี้ติดตามการรายงานดัชนี PPI ก.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนียังเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบรอเลือกทาง

 

ประเด็นสำคัญ

• IEA เพิ่มประมาณการขาดดุลตลาดน้ำมันโลกปีนี้เป็น 1.27 ล้านบาร์เรล/วัน (เดิม 8.6 แสน) และจะรุนแรงที่สุดใน 3Q26 จากการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่สำเร็จ ผสานเหตุฮูตีโจมตีเรือขนส่ง หนุนราคาน้ำมันและค่าระวางเรือทรงตัวสูง มองบวกต่อกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น (BCP TOP SPRC) และกลุ่มเดินเรือ (PSL RCL TTA)

 

• CPI สหรัฐฯ เดือน ก.ค. เติบโต 3.4% YoY ชะลอตัวลงตามตลาดคาด สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ผ่านจุดพีกและผ่อนคลายลง ช่วยลดความกังวลเรื่องนโยบายการเงินตึงตัวของ FED มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, TIDLOR)

 

• กกพ. มีมติปรับลดค่าไฟฟ้างวด ก.ย.-ธ.ค. 2026 เหลือ 3.89 บาท/หน่วย (เดิม 3.95 บาท/หน่วย) และปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ทำให้ค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกที่ไม่เกิน 3 บาท/หน่วย ส่วนที่ 201 หน่วยขึ้นไปคงที่อัตราเดิม เป็นบวกต่อกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อสูงขึ้น อย่าง ค้าปลีก (CPALL CPN) และไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)

 

• คณะอนุฯ PDP มีกำหนดประชุมในวันที่ 17 ส.ค. นี้ คาดจะมีข้อสรุปต่อทิศทางสำคัญและข้อสรุปของ PDP2026 เช่น สัดส่วนพลังงานสะอาด, การเพิ่มกำลังการผลิต, Direct PPA และการออกแบบระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับอุตฯ ในอนาคต เป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, GPSC, BGRIM, GUNKUL)

 

• รฟท. อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 2 จำนวน 3 เส้นทาง มูลค่ารวม 1.23 แสนลบ. (เดิม 1 แสนลบ.) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาพัฒน์แล้ว โดยขั้นต่อไปจะเสนอต่อกระทรวงคมนาคมและส่งให้ ครม. อนุมัติต่อไป คาดจะทราบผลเร็วที่สุดภายใน ส.ค. นี้ มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มรับเหมาฯ (STECON CK)

 

กลยุทธ์การลงทุน

ระยะสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่มีเม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงานตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง เพื่อเข้าสะสมในกลุ่มที่ราคายัง Laggard หรือมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาชะลอตัวลงตามตลาดคาด หนุนความคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด ลดแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามโค้งสุดท้ายประกาศผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย ซึ่งอาจมีแรงเก็งกำไรสลับแรงขาย Sell on Fact เป็นรายตัว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ "Selective Buy”

 

Daily Top Picks

ERW: ปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมภาคท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” และกิจกรรมระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในช่วง 4Q26 อาทิ การประชุม World Bank-IMF และ Tomorrowland จะสนับสนุนการฟื้นตัวในช่วงไฮซีซันอย่างชัดเจน คาดกำไรปกติปี 2026 จะเติบโต 15% เป้าหมายระยะสั้นที่ 3.76 บาท

 

HANA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากรายได้เทคฯ ไต้หวันใน ก.ค. ที่เติบโตแข็งแกร่ง สะท้อนความต้องการ Data Center และ AI ที่มีต่อเนื่อง คาดผลิตภัณฑ์ AI-related จะเริ่มผลิตได้ใน 2H26 และผลิตในปริมาณมากใน 2Q-4Q27 ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวใน 2H26 และเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2027 เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.25 บาท

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com