“สิดาพัณณ์ สมบัติธีระ” ผู้ถือหุ้นใหญ่ DPAINT สร้างความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้นรายย่อย แสดงเจตจำนงผ่านหนังสือ LOI พร้อมใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิครบทั้งจำนวน และพร้อมจองซื้อหุ้นส่วนที่เหลือเกินกว่าสิทธิ รองรับการลงทุน The City Phuket มูลค่า 359.43 ล้านบาท เพื่อให้โครงการเดินหน้าตามแผนโดยไม่กระทบธุรกิจหลัก
บริษัท สีเดลต้า จำกัด (มหาชน) หรือ DPAINT ส่งสัญญาณความเชื่อมั่นครั้งสำคัญ หลัง คุณสิดาพัณณ์ สมบัติธีระ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ได้แสดงเจตจำนงผ่านหนังสือแสดงเจตจำนง หรือ Letter of Intent (LOI) ยืนยันความพร้อมที่จะใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสิทธิของตนครบทั้งจำนวน และยังมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนที่เหลือจากการจัดสรรเกินกว่าสิทธิอีกด้วย สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของ DPAINT และแผนการขยายธุรกิจที่บริษัทกำลังเดินหน้าเพื่อสร้างแหล่งรายได้และกำไรใหม่ในอนาคต
การแสดงเจตจำนงดังกล่าวถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อย โดยเฉพาะในประเด็นความพร้อมด้านเงินทุนสำหรับการเข้าทำรายการลงทุน เนื่องจากผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ได้เพียงยืนยันการรักษาสิทธิเดิมของตนเอง แต่ยังแสดงความประสงค์ที่จะลงทุนเพิ่มเติมในส่วนที่เหลือจากการจัดสรรตามสิทธิด้วย ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแผนธุรกิจและทิศทางการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
นายรณฤทธิ์ ตั้งคารวคุณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DPAINT กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนของบริษัท และเพิ่มความพร้อมในการเดินหน้าตามแผนธุรกิจ โดยบริษัทมุ่งนำเงินทุนไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพ การขยายธุรกิจใหม่ และการสร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
สำหรับการเพิ่มทุน DPAINT เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น หรือ Rights Offering (RO) จำนวนไม่เกิน 1,840 ล้านหุ้น ในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 8 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนสูงสุด 368 ล้านบาท โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเดิมสามารถจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเกินกว่าสิทธิได้ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ หากมีหุ้นเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อตามสิทธิครบถ้วนแล้ว หุ้นดังกล่าวจะถูกนำมาจัดสรรให้แก่ผู้ที่แสดงความประสงค์จองซื้อเกินสิทธิต่อไป
ขณะเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอต่อการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์และเดินหน้าโครงการตามแผน บริษัทได้วางแผนรองรับด้านเงินทุนไว้อย่างรอบคอบ โดยนอกจากเงินที่คาดว่าจะได้รับจากการเพิ่มทุน RO แล้ว หากบริษัทได้รับเงินจากการเพิ่มทุนไม่ครบตามจำนวน บริษัทจะพิจารณาใช้กระแสเงินสดภายในกิจการจากการจำหน่ายที่ดินบริเวณถนนสุวินทวงศ์จำนวน 93.00 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินโดยบริษัท ซีพีเอ็ม แคปปิทัล จำกัด ที่ 92.75 ล้านบาท
สำหรับที่ดินดังกล่าวเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์หลัก หรือ Non-Core Asset ซึ่งบริษัทมีมติอนุมัติการจำหน่ายภายหลังยกเลิกแผนขยายกำลังการผลิตที่โรงงานสุวินทวงศ์ เนื่องจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังที่ใช้งานอยู่ 2 แห่ง ยังมีกำลังการผลิตคงเหลือประมาณ 30–40% จึงยังสามารถรองรับการดำเนินงานของบริษัทได้ โดยปัจจุบันบริษัทได้รับเงินมัดจำจากการจำหน่ายที่ดินแล้วจำนวน 4.65 ล้านบาท และจะได้รับเงินส่วนที่เหลืออีก 88.35 ล้านบาทภายในเดือนกรกฎาคม 2569 ส่งผลให้บริษัทมีแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับรองรับแผนการลงทุน
นอกจากนี้ หากเงินทุนจากทุกแหล่งยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินโครงการ บริษัทฯ ยังมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม อาทิ การขอสินเชื่อในรูปแบบ Project Finance โดยพิจารณาเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท การแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ หรือ Strategic Partner เพื่อเข้าร่วมลงทุนในระดับโครงการในรูปแบบ Joint Venture รวมถึงการพิจารณาออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด หรือ Private Placement (PP) ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าสำเร็จตามกรอบระยะเวลา โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อฐานะทางการเงินและการขยายธุรกิจหลักของบริษัท
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 จะเดินหน้าสร้าง New Growth อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ The City Phuket จังหวัดภูเก็ต มูลค่าโครงการ 359.43 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมองว่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต ปัจจุบันโครงการ The City Phuket อาคาร A และอาคาร B ก่อสร้างแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าภายในปี 2569 ซึ่งจะทำให้บริษัททยอยรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการตามเงื่อนไขการโอนและมาตรฐานบัญชี
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนเดินหน้าพัฒนาอาคาร C อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต หากโครงการสามารถพัฒนาและส่งมอบได้ตามแผน จะช่วยเพิ่มมูลค่างานในมือและทยอยสร้างรายได้ให้แก่บริษัทในระยะต่อไป โดยโครงการ The City Phuket ได้ผ่านการพิจารณาข้อมูลและประเมินความเหมาะสมจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าและมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว ตลอดจนสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจอื่นของกลุ่มบริษัทได้
นอกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ DPAINT ยังเดินหน้าขยายเข้าสู่ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และขยายฐานธุรกิจ โดยสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทมาต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้และลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจสีเพียงอย่างเดียว
“ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของ DPAINT เราจะเดินหน้าทั้งการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและสร้าง New Growth จากธุรกิจใหม่และโครงการลงทุนที่มีศักยภาพ โดยมีความพร้อมด้านแหล่งเงินทุนรองรับการดำเนินงานอย่างรอบด้าน เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมุ่งสู่การเทิร์นอะราวด์ ได้อย่างชัดเจน พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายรณฤทธิ์ กล่าว