WHART ประกาศเพิ่มทุน พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่ม 5 โครงการ มูลค่ารวมไม่เกิน 4.05 พันล้านบาท เตรียมเสนอขายหน่วยทรัสต์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้
นายอนุวัฒน์ จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) กล่าวว่า WHART เตรียมจะเพิ่มทุนเพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมจาก WHA Group จำนวน 5 โครงการ รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 4,050.86 ล้านบาท
ทรัพย์สิน 5 โครงการ กองทรัสต์ WHART จะทำการเข้าลงทุนเพิ่มเติม มีพื้นที่เช่าอาคารรวม ประมาณ 159,963 ตารางเมตร ประกอบด้วย
1. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ บางนา-ตราด กม.23 โปรเจค 3
2. โครงการดับบลิวเอชเอ ซิกโนด แฟคทอรี่ ที่อำเภอศรีราชา
3. โครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม.21
4. โครงการดับบลิวเอชเอ-เคพีเอ็น เมกกะ โลจิสติกส์เซ็นเตอร์บางนา-ตราด กม.23 โปรเจค 2
5. โครงการดับบลิวเอชเอ เซ็นทรัล เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ วังน้อย 63
การเพิ่มทุนเพื่อลงในโครงการดังกล่าว ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทรัสต์แตะระดับ 51,956.40 ล้านบาท มีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 1,743,696.80 ตารางเมตร พื้นที่ส่วนที่จอดรถ 32 ,650.19 ตารางเมตร และพื้นที่เช่าหลังคา 450,777.29 ตารางเมตร เป็นกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวมมากที่สุดในประเทศไทย
นายสาวิตร ศรีศรันยพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ WHART กล่าวว่า การเพิ่มทุนของกองทรัสต์ WHART ครั้งนี้ จะเสนอขายให้แก่ ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม ที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ วันที่ 20 ต.ค.2565 และประชาชนทั่วไป (Public Offering) คาดว่าการเสนอขายหน่วยทรัสต์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยราคาเสนอขายจะประกาศให้ทราบผ่านเว็บไซต์ของทางตลาดหลักทรัพย์ต่อไป
WHART เป็นผู้นำกองทรัสต์ในกลุ่มคลังสินค้าและอุตสาหกรรม ที่โดดเด่นหลายด้าน ทั้งศักยภาพด้านทำเลที่เป็นศูนย์กลางจุดด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ความมั่นคงทางรายได้จากสัญญาเช่าระยะยาว และมีผู้เช่าชั้นนำในกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโต
ด้านนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะเจ้าของทรัพย์สิน เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในครึ่งปีหลังว่า มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในปีนี้ รัฐบาลได้เปิดประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลายธุรกิจกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบ ทำให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีการปรับตัวมากขึ้น
สำหรับ WHA Group ถือเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาคลังสินค้าประเภท Built-to -Suit ซึ่งเป็นอาคารคลังสินค้าที่สร้างตามความต้องการของลูกค้า และ General Warehouses ที่มีมาตรฐานระดับพรีเมี่ยม และมีทำเลตั้งอยู่ในจุดยุทธ์ศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ด้านโลจิติกส์ของประเทศไทย ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ทาง WHA Group ได้ส่งมอบพื้นที่ไปแล้ว 194,300 ตร.ม. และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะมีการส่งมอบโครงการคลังสินค้าใหม่ๆ เพิ่มอีก 51,000 ตร.ม.