Market

`วิลล่า คุณาลัย” เปิดกลยุทธ์ปี 69 มุ่ง Quality Growth รุกต่อจิ๊กซอว์ อสังหาฯ สู่เมกะเทรนด์ `Longevity Living Ecosystem`
21 ก.พ. 2569

"วิลล่า คุณาลัย" ปรับกลยุทธ์ ปี69 เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ต่อจิกซอว์ อสังหาฯ สู่เทรนด์ “Longevity Living Ecosystem” พร้อมขับเคลื่อนสร้างการรับรู้แบรนด์” คุณาลัย” ทั้ง 4 ทิศ อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขาย (Presales) ปีนี้ 1,200 ล้านบาท และรายได้รวม 600 ล้านบาท 

 

นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality Growth) ควบคู่กับการบริหารพอร์ตโครงการเดิม “บ้าน 4 ทิศ” ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการยกระดับแบรนด์และสินค้า (Brand & Product Elevation) สู่การพัฒนา โครงการภายใต้แนวคิด Quality Growth และ Well-being & Longevity Living เพื่อสร้าง ความแตกต่าง ในตลาดอสังหาฯ สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่มุ่งเพิ่มมูลค่าต่อหน่วย (Value per Unit) มากกว่าการขยายจำนวนโครงการ ซึ่งจะสร้างความแข็งแกร่งด้านรายได้ และตอบโจทย์ การอยู่อาศัยระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญ การบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ (Financial Discipline) เพื่อรักษาสมดุลระหว่าง การเติบโตและความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืน

 

สำหรับ“คุณาลัย” ในปีนี้ จะมุ่งเน้นสร้างความแตกต่าง ในตลาดอสังหาฯ แนวราบผ่านการออกแบบที่เน้น คุณภาพชีวิตระยะยาว เนื่องจากในปัจจุบันเทรนด์ "Longevity" ไม่ใช่เพียงกระแสสุขภาพระยะสั้น แต่เป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก ที่มีรากฐานจากโครงสร้าง ประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้บริษัทฯ เห็นโอกาสการ เดินหน้า สู่แนวคิดในการต่อยอดธุรกิจ จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่การออกแบบ “ระบบการอยู่อาศัยเพื่ออายุวัฒน์”  หรือ Longevity Living Ecosystem โดยผสานองค์ประกอบ อาทิ ทำเลที่มีคุณภาพอากาศดี พื้นที่สีเขียวรอบๆ การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสุขภาวะ และแนวคิด ‘ดูแลก่อนป่วย’ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาโครงการ

 

“การวางกลยุทธ์ภายใต้แนวคิดดังกล่าวนอกจากช่วยยกระดับคุณค่าของสินค้าและสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันที่สูงขึ้นของตลาดอสังหาฯ แล้ว ยังสร้างคุณภาพ สู่การยกระดับ ชีวิตในระยะยาว  ที่ไม่เป็นแค่เพียง การแข่งขันระดับ ราคาเพียงอย่างเดียว เพราะบริษัทฯ เชื่อว่า Longevity Living จะเป็นหนึ่งในทิศทางการเติบโต เชิงกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาว ที่เชื่อมโยงการพัฒนา โครงการ กับเมกะเทรนด์ ด้านสุขภาพ และโครงสร้าง ประชากรของประเทศในอนาคต”

 

สำหรับโครงการแรก ภายใต้แนวคิด Longevity Living บริษัทฯ เตรียมยกระดับการพัฒนา โครงการ ในทำเลบางขุนเทียน-ชายทะเล เนื่องจากเป็นพื้นที่ ผังเมืองสีเขียวอนุรักษ์ พื้นที่ที่มีอากาศดีและพื้นที่สีเขียว ขนาดใหญ่ เปรียบเสมือน “ปอดของคนกรุงเทพฯ” ทำให้พื้นที่จะได้รับการดูแล ให้มีคุณภาพอากาศที่ดี  ในระยะยยาว ขณะเดียวกัน โครงการอยู่ใกล้ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ซึ่งเป็นโรงพยาบาล เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ผู้สูงวัยแห่งแรกของประเทศ และสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาพื้นที่ สะท้อนถึงการยกระดับ โครงสร้างพื้นฐาน ด้านสาธารณสุขของพื้นที่ในอนาคต สอดคล้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่มีคุณภาพเชื่อมโยงกับระบบการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร เพราะบริษัทฯ มองว่า “สิ่งแวดล้อมที่ดี” คือจุดตั้งต้นของสุขภาวะในระยะยาว

 

นอกจากนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KUN ยังได้กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์  ปี 2569 ว่าตลาดอสังหาฯ ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง กำลังซื้อฟื้นตัวช้า หนี้ครัวเรือนสูง และสถาบันการเงิน เข้มงวด ทำให้การแข่งขันในตลาด โดยเฉพาะบ้านแนวราบราคาระดับกลางมีการแข่งขันสูง แต่อย่างไรก็ตาม ตลาด Real Demand ยังมีอยู่โดยเฉพาะบ้านโซนปริมณฑลที่ราคาเข้าถึงได้ โดยกลุ่มผู้ซื้อเน้นบ้านเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไร ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว ทั้งเรื่องคุณภาพทำเล ฟังก์ชันบ้าน และคุณภาพชีวิต  โดยปัจจุบัน“คุณาลัย” มีโครงการอสังหาฯ ครบ 4 ทิศรอบกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยทิศตะวันตก โซนบางบัวทอง-บางใหญ่, ทิศใต้ โซนพระราม 2, ทิศเหนือ โซนรังสิต-ปทุมธานี และทิศตะวันออก โซนฉะเชิงเทรา โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งสร้างการรับรู้แบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค และตอบโจทย์ครอบครัว ระดับกลาง ด้วยฟังก์ชันครบทุกมิติ ภายใต้ราคาที่จับต้องได้ ส่งผลให้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า (ปี 2569-2571) สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำ ตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ในเขตปริมณฑล โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ มากกว่าการขยายตัวเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว

 

พร้อมทั้งยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย (Presales)  ที่ระดับ  1,200 ล้านบาท และเป้ารายได้ที่ 600 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นโครงการนาวาร่า พระราม2 และโครงการนาวาร่า รังสิต-คลอง2 เป็นหลัก เนื่องจากเป็นโซนที่ความต้องการบ้านสูง โดยโครงการนาวาร่า รังสิต–คลอง2  เตรียมเปิดตัวบ้านสั่งสร้าง (Made-to-Order) ราคา 9-25 ล้านบาท เจาะตลาดบ้านหรูสำหรับลูกค้า ที่ต้องการพื้นที่ใหญ่ ฟังก์ชันเฉพาะ และความเป็นส่วนตัว

 

“บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบบ Township Development ในแต่ละทำเลที่เลือกลงทุน โดยวางแผนพัฒนาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีที่ดินรองรับการพัฒนาในแต่ละโซนเพียงพอสำหรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งช่วยสร้างความต่อเนื่องของรายได้ และเสริมความมั่นคงให้พอร์ตโครงการในอนาคต”

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com