Market

TU กางแผนกลยุทธ์ 3 ปี พลิกโฉมธุรกิจ มุ่งคุมเข้มวินัยการเงิน-คุมงบการลงทุนด้วยกฏเหล็ก Payback Period ไม่เกิน 3 ปี
5 พ.ย 2569

ไทยยูเนี่ยน (TU) กางแผนกลยุทธ์ 3 ปี (2569–2571) พลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ มุ่งคุมเข้มวินัยการเงิน คุมงบลงทุนด้วยกฎเหล็ก Payback Period ไม่เกิน 3 ปี ควบรวมโรงงานลดต้นทุน พร้อมปรับทัพแบรนด์ดันมาร์จิ้นสูง มั่นใจไตรมาส 4/2569 ผลงานทำสถิติสูงสุดใหม่ (Record High) ดันรายได้ทั้งปีแตะ 1.4 แสนล้านบาท

 

นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO) บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป [TU] เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นและคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (Record High) โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มสินค้าอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) ที่ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ชดเชยกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen) ที่อาจชะลอตัวตามฤดูกาล ส่งผลให้ภาพรวมรายได้ทั้งปี 2569 จะแตะระดับ 1.4 แสนล้านบาท หรือเติบโตในกรอบ Mid-Single Digit (4-6%) และตั้งเป้าการเติบโตในระดับเดียวกันสำหรับปี 2570

 

3 เสาหลักแผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

เพื่อรับมือกับความผันผวนของปัจจัยภายนอก ทั้งต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิต ไทยยูเนี่ยนได้วางแผนยุทธศาสตร์เข้มงวดในการบริหารจัดการภายในระยะเวลา 3 ปี (2569–2571) ดังนี้:

 

  1. คุมเข้มต้นทุนและการผลิต (Lean & Automation):

     
    • ทุ่มงบลงทุน 600–800 ล้านบาท ดำเนินแผนควบรวมและปรับผังโรงงานอาหารแช่แข็ง 2 แห่งในจังหวัดสมุทรสาคร (คาดแล้วเสร็จกลางปี 2570) โดยนำเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมาทดแทนแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและลดต้นทุนการผลิตลงราว 15% พร้อมตั้งเป้าลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลง 0.5% ต่อปี สู่ระดับ 13%

    • กำหนดกฎเหล็กด้านการลงทุน (CAPEX Discipline): โครงการลงทุนใหม่ทั้งหมดต้องมี ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ไม่เกิน 3 ปี  และทุกโครงการ M&A จะต้องมี Exit Strategy ชัดเจนตั้งแต่วันแรก เพื่อประเมินผลและป้องกันความเสี่ยงไม่ให้เป็นภาระในระยะยาว 

  2. ปรับทัพแบรนด์และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง (Revamp Brands):

     
    • มุ่งยกระดับแบรนด์สินค้าของบริษัท ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ พัฒนารสชาติใหม่ และทำ Cross-Selling ข้ามประเทศ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้าแบรนด์ตัวเอง (Branded Products) ให้ขยับจากปัจจุบันที่ 52% ขึ้น 55% ภายใน 2 ปี พร้อมรักษาฐานธุรกิจ OEM เดิมที่มีสัดส่วน 48% ไว้ควบคู่กัน

    • รักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 20%

  3. ยกระดับวินัยทางการเงินและโครงสร้างเงินทุน:

     
    • ตั้งเป้าลดอัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (Debt to EBITDA) ลงมาต่ำกว่า 4.5 เท่า และลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Net D/E) ให้ต่ำกว่า 1 เท่า ภายใน 2–3 ปี ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงได้ถึง 10–20%

    • ผลักดันอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ให้กลับขึ้นมาอยู่ในระดับ 7–8% ภายใน 2-3 ปี จากปัจจุบันที่ราว 5%

มาตรการและแผนงานเชิงรุกทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนในการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน เพิ่มประสิทธิภาพทางการเงิน และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com