ผย 10 หุ้นสุดปัง 10 หุ้นแป๊ก ในรอบ 10 เดือนแรกปี 65 ใครถือ CPH รวยเละ ราคาพุ่งชนิลลิ่งเป็นว่าเล่น พุ่งกว่า 862% ลงทุนแค่หลักหมื่น แต่กำไรเป็นแสน แต่ถ้าใครถือ หุ้น WAVE กระเป๋าฉีกช่วง 10 เดือน ลดลงมากถึง 88.07%
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการซื้อขายหุ้นในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2565 โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 48.86 จุด หรือลดลง 2.94% จากระดับ 1,657.62 จุด ณ สิ้นปี 2564 หล่นลงมาอยู่ที่ระดับ 1,608.76 จุด ณ สิ้น 31 ตุลาคม 2565
โดย 10 หุ้นสุดปังที่สร้างความร่ำรวยให้กับนักลงทุนอย่างมหาศาล ต้องยกให้ CPH หรือ บริษัท คาสเซ่อร์พีคโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างร้อนแรง ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม วิ่งชนซิลลิ่งเป็นว่าเล่น จน ณ สิ้น 31 ต.ค.65 ราคาขึ้นมายืนที่ 36.75 บาท เทียบกับราคา ณ สิ้นปี 64 ที่ระดับ 3.82 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 32.93 บาท หรือ 862.04% หากใครซื้อเก็บไว้ถือในพอร์ต 10,000 หุ้น ตอนสิ้นปี 64 หรือ จากเงินหลัก 38,200 บาท ตอนนี้เงินในพอร์ตขยับเป็น 367,500 บาท เรียกว่ารวยเละเทะ
อีกตัวที่ร้อนแรง คือ INSURE หรือ บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่สร้างกำไรให้นักลงทุนอย่างงดงาม จากราคา ณ สิ้นปี 64 ที่ 37 บาท ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 241 บาท พุ่งขึ้นมาถืง 551.35%
และหุ้นสุดฮอต ชนิดร้อนปรอทแตกตอนนี้ คือ TEAMG หรือ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่กลุ่มนายธีระชัย รัตนกมลพร เจ้าของ DITTO เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ราคาพุ่งไม่หยุด จนเกินปัจจัยพื้นฐาน จากสิ้นปี 64 ราคาแค่ 3.04 บาท ขยับมาอยู่ที่ 16.80 บาท ณ สิ้น 31 ต.ค.65 พุ่งแรงขึ้นมา 13.76 บาท หรือ 452.63% และราคาที่ร้อนไม่หยุดฉุดไม่อยู่ จนเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย
ซึ่งล่าสุด บล.หยวนต้า เพิ่งออกบทวิเคราะห์สดๆร้อนๆ ให้ราคาเป้าหมายแค่ 3.05 บาทเท่านั้น
ส่วน 10 อันดับหุ้นแป๊ก ที่ทำเอานักลงทุนกระเป๋าฉีก ในช่วง 10 เดือนแรกปี 2565 คือ หุ้น WAVE หรือ บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่กลุ่ม มาลีนนท์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง จนถูกขึ้นเครื่องหมาย "C" ราคา ตอนสิ้นปี 64 อยู่ที่ 1.09 บาท แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 0.13 บาท เท่านั้น ราคาปรับตัวลดลง 0.96 บาท หรือลดลงมากถึง 88.07%
อีกตัวคือ SMK หรือบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) เจอพิษโควิด-19 เล่นงาน ต้องแบกรับค่าสินไหมทดแทนจากผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อโควิด-19 ฉุดตัวเลขงบครึ่งปี 65 ขาดทุน 3.2 หมื่นล้านบาท และทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 3 หมื่นล้านบาท จนต้องยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ทำให้ราคาดิ่งลงหนัก จาก สิ้นปี 64 อยู่ที่ 22.80 บาท แต่ปัจจุบันเหลือแค่ 6.15 บาท เท่านั้น ลดลงถึง 16.65 บาท หรือ 73.03% และเคยลงไปต่ำสุดถึง 2.64 บาท
และ ABPIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ราคาสาละวันเตี้ยลง จาก 2.08 บาท ตอนสิ้นปี 64 ล่าสุดเหลือแค่ 0.62 บาท หรือลดลงมากถึง 70.19% ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคนที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด ในฐานะผู้บริหารกองทุน แจ้งกำหนดการเลิกกองทุนรวมABPIF และเตรียมเพิกถอนหน่วยลงทุนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน