AGE โชว์เหนือ! ลั่นปี 65 ทำนิวไฮต่อเนื่อง ประกาศปรับเป้ารายได้ใหม่ แตะ 1.8 หมื่นล้านบาท โตกว่า 40%จากปีก่อน อานิสงส์ราคาถ่านหินพุ่ง ธุรกิจโลจิสติกส์โตต่อเนื่อง ยอมรับต้นทุนเพิ่มแต่เอาอยู่ ดัน GP สูง 7.6% แย้มไตรมาส 3 ผลงานสวย ส่งซิกโค้งท้าย Q 4 โชว์พีกตามราคาถ่านหินนิวไฮ ส่วนปี 66 โกยรายได้เกิน 2 หมื่นลบ. จากราคาถ่านหินพุ่งต่อ โลจิสติกส์ขยายตัวทุกช่องทาง และธุรกิจใหม่ออกดอกผลทั้ง "ส่งออกสินค้าเกษตร-ลีสซิ่ง"
นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรขนส่งทางน้ำ-ทางบก-ท่าเรือ-คลังสินค้า เปิดเผยว่า ในปี 2565 นี้ ถือเป็นปีที่โดดเด่นของ AGE แม้ว่าราคาถ่านหินจะมีความผันผวนและทรงตัวในระดับสูง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ ทำให้สามารถรักษาส่วนต่างระหว่างราคาขายและราคาต้นทุนของถ่านหินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งเกี่ยวกับสินค้าประเภทปูนซีเมนต์ ทราย แก้วและกากอุตสาหกรรม โดยภาพราวมบริษัทสามารถทำรายได้เฉลี่ยเดือนละ 100 ล้านบาท ถือว่าผลดำเนินงานเริ่มมั่นคงขึ้นแล้ว จากผลดำเนินงานที่ดีเกินคาด บริษัทจึงได้ปรับเป้ารายได้ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 18,000 ล้านบาทในปีนี้ จากคาดการณ์เดิม 16,000 ล้านบาท มีปริมาณยอดขายถ่านหินรวม 4.5 ล้านตัน
""แนวโน้มไตรมาส 3 ยังคงเห็นรายได้เติบโตดีต่อเนื่องและไตรมาส 4 อาจจะเห็นราคาถ่านหินทำนิวไฮอีกจากปัจจุบันราคาถ่านหินอยู่ที่ประมาณ 380 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผลดำเนินงานน่าจะ Peak ในรอบปี ขณะที่อัตรากำไร(GP) สูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 7.6% แม้ว่าปีนี้จะเผชิญกับปัญหาต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันพุ่ง และการปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ปัญหาเงินเฟ้อ หรือค่าเงินบาทอ่อนเรานำเข้าถ่านหินเข้ามาขาย ก็ทำสัญญาซื้อขายเป็นระยะสั้น 2-3 เดือน เราก็มีการปรับราคาสินค้าและบริการตามสถานการณ์ ทำให้ผลกระทบมีไม่มาก และยังมีส่วนต่างกำไรเพิ่มขึ้นด้วย"
ทั้่งนี้ โครงสร้างรายได้หลักๆ ของ AGE มาจากการจำหน่ายถ่านหิน มีสัดส่วน 95% และธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ 5% โดยสิ้นปี 2564 รายได้รวม 12,883 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 638 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มผลดำเนินงานในปี 2566 ของบริษัท นายพนมกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทำแผนธุรกิจของปีหน้า ซึ่งได้คาดไว้ในเบื้องต้นจะมีรายได้ราว 20,000 ล้านบาท เติบโตจากปีนี้อีกราว 2,000 ล้านบาท หรือกว่า 10% โดยมองว่า แม้มีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่เชื่อว่า ภาคการผลิตอุตสาหกรรมยังมีความต้องการใช้ถ่านหินอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเปิดเหมืองถ่านหินใหม่มีน้อยลง อย่างไรก็ตาม ราคาถ่านหินยังอยู่ระดับสูงหรือไม่นั้น จะต้องติดตามดูแนวโน้มราคาน้ำมันโลกเป็นอย่างไรด้วย ซึ่งประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อในปีหน้าหรือไม่
นอกจากนี้ AGE ได้เริ่มขยายธุรกิจใหม่ อีก 2 ธุรกิจ ที่จะเห็นรายได้เกิดขึ้นชีดเจนในปี 2566 ได้แก่ ส่งออกสินค้าพืชผลเกษตร เริ่มจากมันสำปะหลัง ซึ่งในเบื้องต้นคาดรายได้ 1,000 ล้านบาท และธุรกิจลีสซิ่งเฉพาะรถบรรทุก ซึ่งจะเป็นการให้สินเชื่อแก่พนักงานขับรถของบริษัทที่ต้องการเป็นเจ้าของรถบรรทุกเพื่อรับจ้างขนส่งเอง ในปีนี้คาดปล่อยสินเชื่อรถดังกล่าวได้ 50 ล้านบาท จำนวนรถ 12 คัน และปีหน้าตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 200 ล้านบาท โดยอัตราดอกเบี้ยกู้จะอยู่ระดับต่ำกว่าทั่วไป
"ปีหน้า จากที่เราขยายธุรกิจมากขึ้น นอกจากธุรกิจหลัก ถ่านหินแล้ว มีโลจิกสติกส์ ส่งออกสินค้าพืชผลเกษตร และลีสซิ่ง คาดว่าปีหน้ารายได้น่าจะเกิน 2 หมื่นล้านบาทได้"
นายพนมกล่าวถึงแผนลงทุนว่า ปีนี้ บริษัทได้ลงทุนรถบรรทุกใหม่เพิ่มอีก 22 คัน มูลค่าราว 80 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรถบรรทุกบริการทั้งหมด 123 คัน และลงทุนโกดังเก็บสินค้ามูลค่า 40 ล้านบาท และลงทุนในระบบบริหารจัดการ IT มูลค่า 10 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการด้านโลจิสติกส์ ในระยะยาว และเสริมสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานรวมของกลุ่มบริษัท
สำหรับแหล่งเงินทุนของบริษัท ปีนี้ได้ขอวงเงินออกหุ้นกู้ไว้ 3,000 ล้านบาท ซึ่งได้ทำการออกหุ้นกู้ 2 รอบแล้ว โดยรอบแรก 800 ล้านบาท และรอบสอง 1,200 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 6.5% และ 6% ตามลำดับ จึงยังเหลือวงเงินหุ้นกู้อีก 1,000 ล้านบาท ที่จะรองรับการขยายธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีแหล่งเงินจากสินเชื่อของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อธุรกิจสีเขียวหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้การเข้าถึงสินเชื่อมีความยากลำบากขึ้น บริษัทจึงได้เตรียมช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆไว้พร้อม
นางสาวปณิตา ควรสถาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี กล่าวเสริมว่า บริษัทได้มีการปรับตัวสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน (ESG) รวมถึงการดูแลชุมชนและบริษัทได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆเพื่อให้สร้างสัมพันธ์กับชุมชน
นายพนม กล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้ในส่วนของธุรกิจโลจิสติกส์ กำลังศึกษาแนวทางการใช้รถบรรทุกไฟฟ้าและเรือไฟฟ้า (EV) ซึ่งได้พูดคุยกับบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ว่า จะร่วมกันพัฒนานำเรือไฟฟ้ามาใช้ในการขนส่งได้อย่างไรบ้าง