Market

เอเชีย พลัส เชียร์ “ซื้อ” JMART รับรีแบรนด์ธุรกิจใช้ “ใจ” เป็นจุดยืน
5 ต.ค. 2565

เอเชีย พลัส ให้ราคาเป้าหมายหุ้น JMART ที่ 63.60 บาท หลังการประกาศปรับภาพลักษณ์ใช้ “ใจ” พร้อมเป้ามูลค่าตลาดทั้งกลุ่ม 5 แสนล้านบาท

 

บทวิเคราะห์ บล.เอเชีย พลัส มองว่า การปรับภาพลักษณ์ใช้ “ใจ” ทำธุรกิจของ Jaymart Group เป็นการทำธุรกิจและผลักดันการเติบโตของบริษัทและพันธมิตร โดยจะเติบโตทั้งจากธุรกิจเดิม (Organic growth) และการแสวงหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ (Inorganic growth) พร้อมตั้งเป้าทั้งกลุ่ม JMART จะมีมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market cap.) รวมกัน 5 แสนล้านบาท ภายในอีก 2 ปี

 

 

บล.เอเชีย พลัส แนะนำ “ซื้อ” JMART โดยมีราคาเป้าหมาย 63.60 บาท (SOTP) เนื่องจาก 1) ระยะสั้นกำไรช่วง 2H65 จะโตดีกว่า 1H65 จากการเติบโตในทุกๆ ธุรกิจ 2) มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาวจากทั้งธุรกิจดั้งเดิม และการเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ และ 3) ยังมี Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการ เช่น โครงการโซลาร์รูฟท้อป และ synergy จากการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ อย่าง BRR, PRTR

 

 

ทั้งนี้ JMART เปิดแถลงการณ์รีแบรนด์ธุรกิจโดยใช้ “ใจ” เป็นจุดยืนในการทำธุรกิจและผลักดันการเติบโต และจะเน้นการเปลี่ยนแปลงลักษณะการทำธุรกิจจากธุรกิจดั้งเดิมที่เน้นขายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบผ่อนชำระ และจัดเก็บหนี้ ให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เน้นการลงทุน พร้อมตั้งเป้าว่า ภายในปี 2567 ทั้งกลุ่มจะมี Market cap. ที่ 5 แสนล้านบาท ด้วยการเติบโตแบบทวีคูณ และสร้างการเติบโตแบบยั่งยืน จากทั้งที่เป็นการเติบโตจากธุรกิจเดิม และการแสวงหาโอการในการลงทุนใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่กลุ่มและพันธมิตรในปัจจุบันที่มีอยู่ 20 ราย

 

 

บล.เอเชีย พลัส มองว่า เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ถือว่า ท้าทายมาก เพราะปัจจุบันทั้งกลุ่ม JMART ที่จดเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มี Market cap. รวมกันอยู่ 1.98 แสนล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีนี้ น่าจะมีการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เร่งการเติบโต และอีกทางลัดที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ คือ การนำบริษัทลูกอื่นๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มจากปัจจุบันมี 4 บริษัท คือ JMART, JMT, J และ SINGER โดยบริษัทลูกที่มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในช่วงปี 2565-2566 เช่น บมจ.เอสจี แคปปิตอล (SGC) ผู้ให้บริการทางการเงินที่มิใช่สถาบันทางการเงิน บจ.พีอาร์ทีอาร์ (PRTR) บริษัทที่ประกอบธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากรและให้บริการบริหารทรัพยากรบุคคล

 

 

ส่วนแนวโน้มกำไรปกติใน 2H65 จะเติบโตขึ้น ทั้ง HoH และ YoY จากการเติบโตในทุกๆ ธุรกิจ ดังนี้ ธุรกิจการจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ คาดจะมีรายได้เร่งตัวขึ้นใน 3Q65 จาก 1) การเปิดเมืองเต็มรูปแบบตั้งแต่ ก.ค.65 ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือในงวดนี้จะดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่โควิดระบาดหนัก และมีการปิดห้างร้านต่างๆ รวมทั้งร้านจำหน่ายมือถือไปชั่วคราว และ 2)   จะได้รับผลบวกจากการที่ไอโฟน 14 มีการเปิดตัวในไทยช่วงกลาง ก.ย.65 ที่เร็วกว่าทุกปี ส่วนในงวด 4Q65 จะได้ประโยชน์จากการจำหน่ายไอโฟน 14 อย่างเต็มไตรมาส และได้ผลบวกจากฤดูกาลที่ผู้คนมักจับจ่ายสินค้าต่างๆ ช่วงปลายปี รวมทั้งสินค้าอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ

 

 

ธุรกิจจัดเก็บหนี้(JMT) คาดจะมีพอร์ตลูกหนี้ที่จะขยายตัวต่อเนื่อง บวกกับความสามารถในการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น จะช่วยให้รายได้และอัตรามาร์จิ้นไต่ระดับสูงขึ้น นอกจากนี้ ไม่ต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายการเรียกเคลมประกันภัย โควิด อีกแล้ว ตั้งแต่ 3Q65 เป็นต้นไป หลังสัญญาประกันภัยโควิดได้สิ้นสุดลงไปหมดแล้วในเดือนเม.ย.65 ที่ผ่านมาก

 

 

บล.เอเชีย พลัส ระบุ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานปี 2565 ที่ 63.00 บาท (Sum of the Part ที่อิงมุลค่าพื้นฐาน JMT ที่ 80 บาท SINGER ที่ 57.3 บาท) เพราะ 1) กำไรปี 2565-2566 โตได้เฉลี่ยสูงถึง 38%  2) กำไรยังมีศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องในระยะยาวจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และ 3) ยังมี upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการจากหลายโครงการ เช่น ธุรกิจการขายแผงโซลลาร์รูฟท๊อป การร่วมทุนกับผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าท้องถิ่นตามหัวเมืองต่างๆ (JayDee) และความร่วมมือ BRR

Copyrights © 2021 All Rights Reserved by Clubhoon.com