แนวโน้มตลาดวันนี้ (17 ก.ค.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่ง sideways ความกังวล Fed เร่งขึ้นดอกเบี้ยคลายตัวลงหลังสหรัฐรายงานดัชนี PPI ตากว่าคาด สอดคล้อง CPI ที่รายงานต่ำคาดก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวแม้สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อเนื่อง แต่ยังมีสัญญาณบ่งชี้ความเป็นไปได้ในการเจรจา อีกทั้งกระแส Fund Flow ยังหนุนต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ระดับดัชนีที่ขึ้นมาสูง ทําให้กรอบการขึ้นดูจํากัดทางเทคนิคดัชนีดีดขึ้นแล้วย่อเปนแท่งเทียนแดง สะท้อนถึงแรงขายทํากําไรที่เริ่มมากขึ้น จึงต้องระวังความผันผวนที่สูงขึ้น
ประเด็นสําคัญ
• PPI สหรัฐฯ มิ.ย. หดตัว 0.3%MoM ต่ำกว่ าตลาดคาด ทําให้ FedWatch ให้น้ำหนักเฟดคงดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 48.3% จาก 33.4% ในสัปดาห์ก่อน ขณะที่ ปธ.เฟดนิวยอร์กชี้เงินเฟ้อผ่านจุดพีคและคาดลดสู่ 3.25% ปลายปีนี้ มองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อ (MTC TIDLOR) และโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM)
• 2Q69 GDP จีนขยายตัว 4.3%YoY ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 4.5-5.0% สะท้อนเศรษฐกิจในประเทศ ภาคอสังหาฯ และอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอ อย่างไรก็ดี ตลาดยังคาดหวังความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลจีนจะเร่งคลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ในช่วงปลาย ก.ค. นี้ มองเป็นกลาง-บวกต่อกลุ่ม China Play (SCC PTTGC IVL SCGP)
• กพช. เห็นชอบมาตรการไฟฟ้า 7 ด้าน ลดค่าไฟประชาชนเหลือ 3 บาท/หน่วย (200 หน่วยแรก) และตั้งแต่หน่วยที่ 201 ขึ้นไปยังคงอัตราเดิม พร้อมถอดค่าไฟสาธารณะออกจากบิลบ้าน เริ่มรอบบิล ส.ค.นี้ ขณะที่คุมค่าไฟ Data Center ที่ 5-6 บาท/หน่วย พร้อมวางหลักประกันก่อนขยายระบบ มองเป็นกลาง-บวกเล็กน้อยต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF BGRIM GPSC WHAUP)
• กรอ. เตรียมของบกลางดัน 3 โครงการกระตุ้นท่องเที่ยว ได้แก่ 1) "ไทยเที่ยวไทยพลัส" รัฐช่วยค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาท คูปอง 500 บาท จำนวน 5 แสนสิทธิ 2) "Fly Thai All the Feelings" อุดหนุนตั๋วบิน 400-600 บาท 3) "Thailand Air Connect" ดึงต่างชาติผ่านเที่ยวบินเหมาลำ งบ 500 ลบ. คาดเริ่มปลายปี 69 มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT)
• BOI เผย ADI เดินหน้าขยายลงทุนในไทยกว่า 1.9 หมื่นลบ. หวังยกระดับไทยสู่ฐานออกแบบชิประดับโลก สอดคล้องการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและดีมานด์เซมิฯ มองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ โดยแม้มีปัจจัยกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และกำแพงภาษีสหรัฐฯ แต่คาดตลาดจะหันมาให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการคลังเชิงรุกหลังศาลฯ วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนลบ. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ช่วยปลดล็อกให้รัฐเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน อีกทั้งยังเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 2Q69 ของกลุ่มธนาคาร ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศแนะนำจับตาถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรส ส่วนเงินเฟ้อสหรัฐฯ มิ.ย. รายงานออกมาชะลอตัวและต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ซึ่งเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective buy"
Daily Top Picks
CENTEL: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจาก 3 มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมถึง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” โดยคาดจะเริ่มในช่วงปลายปีนี้ คาดผลประกอบการจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดกำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 2% ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard เมื่อเทียบกับดัชนี เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.25 บาท
GULF: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากแนวโน้มนโยบายการเงินที่ตึงตัวลดลงตามภาวะเงินเฟ้อ ขณะที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับขึ้นเนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้า IPP ผลประกอบการคาดจะได้รับการสนับสนุนจากส่วนแบ่งกำไรในธุรกิจย่อยและมี Upside จาก PDP 2026 และ Direct PPA เป้าหมายระยะสั้นที่ 65.00 บาท