แนวโน้มตลาดวันนี้ (18 ก.พ.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดมีช่วงแกว่งขึ้น แนวโน้ม Fund Flow กลับเข้ามาอีกครั้งหลังชะลอลงไปหนุน การเมืองคาดว่าจะมีโอกาสมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงต่อจากนี้ ด้าน GULF ประกาศจ่ายเงินปันผลพิเศษ รวมเงินปันผลทั้งหมด 3.25 บาท/หุ้น มีโอกาสหนุน SET ในช่วงเปิด ปัจจัยภายนอก คืนนี้ติดตาม FOMC คาดว่าเฟดยังคงดอกเบี้ยต่อในครึ่งแรกของปี 2569 ทางเทคนิค ตลาดกลับมาขึ้นหลังผ่าน 1445-1450 มีแนวต้านถัดไป 1470/1485 ที่อาจชะลอสั้น
ประเด็นสำคัญ
• สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงทั่วไปและกรอบเจรจาโครงการนิวเคลียร์ ก่อนจะเจรจาในรายละเอียดในรอบถัดไป ส่วนการเจรจาสหรัฐฯ-รัสเซีย-ยูเครนได้เริ่มต้นเป็นวันแรก สหรัฐฯ เสนอยูเครนยอมละทิ้งดินแดนที่รัสเซียถือครอง แลกกับหลักประกันด้านความมั่นคง
• จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนที่ 882,556 คน ขยายตัว 11%WoW และพลิกขยายตัว 13%YoY เป็นสัปดาห์แรกนับตั้งแต่ มี.ค. 2568 จาก นทท. จีนที่เร่งตัวขึ้นถึง 32%WoW และ 107%YoY และคาดจะต่อเนื่องถึงช่วงตรุษจีนในสัปดาห์นี้ มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรม (ERW AWC) และกลุ่มสายการบิน (AOT AAV)
• พยากรณ์ของ NOAA และ ECMWF บ่งชี้สอดคล้องกันว่าโลกได้ออกจาก La Nina และเข้าสู่ภาวะ Neutral แล้ว และมีแนวโน้มจะเกิด El Nino ช่วง พ.ค. 2569 และอาจรุนแรงต่อเนื่องถึงช่วงต้นปี 2570 ทำให้ไทยมีโอกาสเผชิญคลื่นความร้อนสูงกว่าปกติ มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มเครื่องดื่ม (OSP CBG HTC)
• ธปท. เผยสินเชื่อใน ธพ. ใน 4Q68 หดตัว 1.1%YoY จากสินเชื่อ SMEs และอุปโภคบริโภค ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ชะลอลงเล็กน้อย ด้านคุณภาพสินเชื่อปรับดีขึ้น โดย NPL Stage 3 ลดลงสู่ 5.36 แสนลบ. หรือ 2.8% ของสินเชื่อรวม สะท้อนการปรับโครงสร้างหนี้เริ่มเห็นผล
• ครม. เห็นชอบแผนความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงานและ IEA เพื่อเสริมศักยภาพด้านพลังงานไทยในระยะ 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสถิติพลังงาน, การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ, การขยายและเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่ RE และการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1400–1485 จุด ดัชนีปรับขึ้นรับความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งถือว่า Outperform ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดีมอง Valuation SET ยังน่าสนใจ โดยปัจจุบันมี PER 2569F ที่ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 เท่าของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งหากความคาดหวังการเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดึงดูด Fund Flow ไหลเข้าได้ต่อเนื่อง มองมีโอกาส SET จะปรับขึ้นไปบริเวณ 1500 จุดได้ ขณะที่การทยอยประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector รวมทั้งความผันผวนจากนโยบายต่างประเทศของ ปธน. ทรัมป์ ต่อภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง-ยุโรป) และสงครามการค้ากับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา
Daily Top Picks
MTC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นหลังเผยกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 1.8 พันลบ. (+16%YoY และ +3%QoQ) ดีตามคาด และคาดจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 ราว 16% แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม จากการเติบโตของสินเชื่อ (คาด +11%) และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ด้าน Valuation น่าสนใจ ด้วย PEG 2569F ที่ 0.68 เท่า เป้าหมายระยะสั้น 42.00 บาท
CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการประกาศความร่วมมือกับ OR เพื่อดำเนินธุรกิจ Budget Hotel ช่วยเร่งการขยายพื้นที่สู่เมืองรองได้รวดเร็วขึ้น และจำนวน นทท. จีนที่เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงตรุษจีน คาดกำไรสุทธิ4Q68 จะเติบโต QoQ และกำไรปกติในปี 2569 จะพลิกขยายตัว 16% เป้าหมายระยะสั้นที่ 38.75 บาท