แนวโน้มตลาดวันนี้ (8 เม.ย.) บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ปรับขึ้น หลังสหรัฐฯ ตอบรับข้อเสนอจากปากีสถานให้หยุดโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมเรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านออกแถลงการณ์หยุดยิงเช่นกันพร้อมเงื่อนไขเจรจา สร้างความคาดหวังสงครามยุติ หนุนบรรยากาศลงทุนเป็น risk on แม้หุ้นพลังงานต้นน้ำคาดจะปรับลงตามราคาน้ำมันที่ร่วงลง แต่หุ้นที่ถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานในช่วงก่อนหน้าน่าจะปรับขึ้นโดดเด่น ทางเทคนิคประเมินแนวต้าน 1490 หากผ่านได้คาดไปต่อถึง 1500 แนวรับ 1465-1455
ประเด็นสำคัญวันนี้
• ปธน. ทรัมป์ เลื่อนโจมตีอิหร่านออกไปอีก 2 สัปดาห์ ขณะที่อิหร่านรับรองความปลอดภัยในฮอร์มุซตลอดช่วงหยุดยิงและเตรียมหารือกับสหรัฐฯที่ปากีสถาน มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะหุ้นที่มีน้ำมันเป็นต้นทุน โดยเช้านี้ DJIA Future +1.9%DoD และราคาน้ำมัน Brent -14%DoD สู่ระดับราว US$93.5/bbl
• รมว. พลังงานแถลงมติ กบง. กำหนดราคาดีเซล B7 และ B20 หน้าโรงกลั่นลดลง 2 บาท/ลิตร (จาก 17.50 บาท/ลิตร) ส่วนราคาหน้าสถานีบริการจะให้ กบน. พิจารณา ติดตามวันที่จะประกาศลงราชกิจจาฯ และมีผลบังคับใช้ มองลบต่อกำไรของโรงกลั่นในระยะสั้น ยังคงแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนในกลุ่มโรงกลั่นจนกว่าจะเห็นความชัดเจนของนโยบายรัฐ
• รมว. คมนาคมเผยรัฐบาลเดินหน้าลงทุนเมกะโปรเจกต์ ตั้งเป้าแลนบริดจ์เริ่มเฟส 1 ปี 71, หนุนนิคมฯ จะนะเป็นพื้นที่ใหม่ลงทุนดาต้าเซนเตอร์ รวมทั้งดันโครงการ Mixed-Use ในพื้นที่ EEC พร้อมย้ำไม่แก้สัญญาไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน และเตรียมเสนอ 13 โครงการวงเงิน 3 แสน ลบ. เข้า ครม. มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาและนิคม (STECON CK AMATA WHA)
• เงินเฟ้อไทย มี.ค. 69 หดตัว 0.08%YoY หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 แม้เผชิญผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางแต่ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการตรึงราคาพลังงาน ด้าน สนค. ประเมินเงินเฟ้อเฉลี่ยใน 2Q69 จะพลิกเป็นบวกตามราคาพลังงานที่ปรับขึ้นอย่างมีนัย และปรับเป้าเงินเฟ้อปี 2569 เป็น 1.5-2.5% (เดิม 0-1%)
• จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนที่ 569,593 คน ชะลอลง 9.6%WoW กดดันจากชาวมาเลเซียที่ลดลง 40%WoW จากการยกเลิกการเดินทาง เนื่องจากกังวลต่อประเด็นน้ำมันในสถานีบริการขาดแคลน ขณะที่ นทท. รัสเซีย จีน และอินเดียชะลอตัวเช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นสำคัญ โดยหากการเจรจาได้ข้อตกลงสันติภาพถาวรคาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบที่ 1,500-1,530 จุด สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นลงทุน แต่หากการเจรจาล้มเหลวหรือมีการเผชิญหน้าทางทหารคาดดัชนีจะเผชิญแรงขายลดความเสี่ยงลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมหรือต่ำกว่าที่ 1,320-1350 จุด อย่างไรก็ดี จับตามูลค่าซื้อขายใน SET อาจเริ่มเบาบางในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ดัชนีอาจผันผวนแรงกว่าปกติหากมีแรงขายออกมา กลยุทธ์ลงทุนจึงแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน
Daily Top Picks
MINT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถร่วมกันตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ และคาดเป็นเป้าหมาย Short Covering การท่องเที่ยวในไทยและยุโรปมีแนวโน้มเป็นบวก ผลประกอบการคาดจะผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q69 การจัดตั้งกอง REIT จะเสริมแกร่งแก่งบดุล และลดภาระหนี้และดอกเบี้ย เป้าหมายระยะสั้นที่ 22.50 บาท
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากความคาดหวังราคาเชื้อเพลิงจะปรับลงหลังสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิงชั่วคราวได้ ขณะที่ Bond Yield ปรับลงและบาทแข็งค่า แนวโน้มกำไรปกติปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center และแผน Asset Monetization ของกลุ่ม PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 35.50 บาท