บล.กรุงศรี คาดหุ้นไทยวันนี้ ส่อปรับตัวลง ให้แนวรับ 1,570 - 1,565 จุด กังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนกันยายนของสหรัฐ แข็งแกร่ง แนะเลือกซื้อเป็นรายตัว แนะซื้อ PTTEP-DTAC
บล.กรุงศรี คาดการณ์ตลาดหุ้นวันนี้ ดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวลงแนวรับ 1,570 / 1,565 จุด หลังสหรัฐรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราการว่างงาน เดือนกันยายน แข็งแกร่ง ส่งผลให้เฟด ยังคงเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป กดดันต่อภาวะเศรษฐกิจและเป็นลบต่อทิศทางเงินทุนไหลเข้า อย่างไรก็ตาม แรงซื้อกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นจะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เลือกซื้อเป็นรายตัว เช่น PTTEP BANPU คาดได้รับผลบวกจากราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้น และ ถ่านหินทรงตัวระดับสูง หุ้น AOT CENTEL ERW BA AAV BDMS BH EKH SPA ได้รับอานิสงส์การเปิดประเทศ และ CPF TU GFPT TFG ได้รับอานิสงส์ การเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นย การส่งออกและเงินบาทอ่อนค่าลง
ส่วนหุ้นแนะนำวันนี้
PTTEP ราคาเป้าหมายเป้า 185 บาท จากการได้ปัจจัยบวกจากน้ำมันดิบพุ่งทะลุระดับ 90$/bbl คาดหวัง OPEC+ ลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรลต่อวันคิดทำให้ Supply น้ำมันดิบโลกตึงตัว
DTAC ราคาเป้าหมาย 50.50 บาท ดักซื้อเก็งกำไร คาดสัปดาห์นี้ (12 ต.ค. 65) กสทช.ประชุมอนุมัติให้ TRUE และ DTAC ควบรวมกิจการกันได้
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เพิ่มขึ้นหลังอัตราว่างงานสหรัฐลดลง: CME Group ปรับเพิ่มโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% จาก 56.5% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 81.1% สะท้อนสหรัฐตัวเลข Nonfarm payrolls เดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 263,000 ตำแหน่งสูงกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 2.5 แสนตำแหน่ง และอัตราการว่างงานลดลงเป็น 3.5% ต่ำกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ 3.7%
(+) น้ำมัน WTI ทะลุ 90$ กังวล Supply ตึงตัวหลัง OPEC+ ลดการผลิต: เมื่อวันศุกร์ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแรงอีก 4.19$ (+4.7%) ปิดที่ 92.64$/bbl สูงสุดในรอบ 1 เดือน ปัจจัยหนุนยังเป็นเรื่องเดิม นักลงทุนกังวล Supply ตึงตัวหลัง OPEC+ ลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรลคิดเป็น 2% ของ Supply ทั่วโลก
(+/-) สัปดาห์นี้ติดตาม FED Minutes และ เงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐ: สัปดาห์นี้ SET เปิดซื้อขายเพียง 3 วัน แต่มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คือ รายงานการประชุมของ FED หรือ FED Minutes และ อัตราเงินเฟ้อ (CPI) เดือน ก.ย.ของสหรัฐ ทั้ง 2 ปัจจัยจะบ่งชี้ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดว่าจะยังเร่งขึ้นหรือจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย