แนวโน้มตลาดวันนี้ (25 มิ.ย.) บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET แกว่งขึ้น ราคาน้ำมันปรับลงมาระดับก่อนเกิดสงคราม Bond Yield ร่วงลง หนุนภาพรวมการลงทุนโดยเฉพาะหุ้น Anti-Oil อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้น้ำหนักไปที่คาดการณ์ Fed ขึ้นดอกเบี้ยปนี้มากกว่า 1 ครั้ง คืนนี้จับตาการรายงานดัชนี PCE พ.ค. ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสําคัญ ขณะที่ประเด็นในประเทศติดตามตัวเลขส่งออก-นําเข้า พ.ค. ของไทย ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์จากกรอบล่าง uptrend แต่ยังผันผวน ทําให้ภาพการฟื้นตัวยังไม่ชัดเจนนัก
ประเด็นสําคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงสู่ระดับราว US$73/bbl ตาสุดนับตั้งแต่เริ่มสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน สะท้อนความเชื่อมั่นหลังช่องแคบฮอร์มุซเปิดปกติและผู้ผลิตเร่งกําลังการผลิต ด้านกาตาร์เตรียมกลับมาผลิต LNG ในไม่กี่สัปดาห์ ช่วยจํากัดอัพไซด์ราคา LNG มองลบต่อกลุ่มพลังงานต้นนา แต่บวกต่อกลุ่ม Anti-Oil
• เมื่อคืนนี้ราคาทองคำปรับลงแรงหลุดระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่US$4,000/oz จากการแข็งค่าของดอลลาร์และกังวลเฟดใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น ขณะที่คืนนี้ตลาดรอจับตาการเปิดเผยดัชนี PCE สหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญและจะมีผลต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
• SK Hynix ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่อันดับสองของโลกมีแผนระดมทุนในสหรัฐฯ สูงถึง US$2.9 หมื่นล้าน ผ่านการจดทะเบียน ADR เพื่อขยายฐานนักลงทุนและเพิ่มกำลังการผลิตชิปที่ใช้ในระบบ AI มองเป็น Sentiment บวกระยะสั้นต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
• กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% และมองเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่คาด พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปีนี้เติบโต 2.3% (เดิม 1.5%) จากการส่งออกและการลงทุนตามวัฏจักร AI แต่ห่วงเงินเฟ้อเร่งตัวปลายปีจากฝั่งอุปทาน มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มส่งออกอาหารและอิเล็กทรอนิกส์
• วันที่ 9 ก.ค. นี้ ศาล รธน. นัดลงมติวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนลบ. เพื่อแก้ไขและรับมือวิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลางว่าเป็นไปตาม รธน. มาตรา 172 (มีความจำเป็นเร่งด่วน) หรือไม่ มองเป็น Overhang ต่อกลุ่ม Energy Transition จากความไม่แน่นอนของเม็ดเงินสนับสนุนภาครัฐ
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ 1,550-1,620 โดยคาด Upside จะถูกจำกัดจากท่าทีเฟดที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง และความไม่แน่นอนในการยุติสงครามหลังยังมีการสู้รบระหว่างอิสราเอลและเลบานอน อย่างไรก็ดี มองมีโอกาสที่เม็ดเงินจะสลับหมุนเข้าสู่กลุ่ม Real Sector ที่ราคายัง Laggard ซึ่งน่าจะช่วยประคองตลาดและชดเชยแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับขึ้นแรงช่วงก่อนหน้า โดยหากพิจารณา Valuation SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี P/E 26F อยู่ที่ราว 13x (-1SD) สะท้อนว่าหุ้นส่วนใหญ่ยังปรับขึ้นจำกัด ส่วนการประชุม กนง. ตลาดคาดคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily Top Picks
AOT: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ทำจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน หนุนบรรยากาศและลดค่าใช้จ่ายการเดินทางท่องเที่ยว การปรับขึ้นค่า PSC ระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาท/คน ซึ่งมีผลแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. จะเป็นอีกแรงสนับสนุนต่อผลประกอบการ FY2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 62.00 บาท
HANA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากรายงานผลประกอบการของ Micron ที่สูงกว่าคาด การผลิต AI Solid-state Cooling Device ให้ Phononic คาดจะเริ่มใน ก.ค. 2569 และจะเร่งการผลิตใน 1Q70 และได้คำสั่งซื้อใหม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ AI-related อีก 2 รายการ คาดจะเริ่มผลิตได้ใน 2Q-4Q70 เป้าหมายระยะสั้นที่ 39.75