LPH ประกาศผลงานงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 85.26 ลบ. มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,263.34 ลบ. ลดลง 3.26% YoY โดยรายได้หลักจากการรักษาพยาบาลและบริการอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อยู่ที่ 1,012.83 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานรายได้หลักได้อย่างมั่นคง
ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยว่าผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 85.26 ล้านบาท ลดลง 6.16% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกําไรขั้นต้นสําหรับธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจบริการรวม 348.98 ล้านบาท ลดลง 24.21 ล้านบาท คิดเป็น 6.49% จากปีก่อน โดยอัตราการทํากําไรขั้นต้นทรงตัวในระดับดีที่ 27.87% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 28.96% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพแม้เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่กระทบต่อรายได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้ดําเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน การบริหารต้นทุน และการปรับพอร์ตบริการให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมทั้งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โดยมีรายได้รวมในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,263.34 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 3.26% โดยได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกชั่วคราว ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจผันผวนและเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ ผลกระทบยังอยู่ในกรอบที่ฝ่ายบริหารคาดการณ์ไว้ และบริษัทฯ ได้ติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด โดยรายได้หลักจากการรักษาพยาบาลและบริการอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา 1,012.83 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานรายได้หลักได้อย่างมั่นคง แม้มีปัจจัยภายนอกบางส่วนที่ส่งผลต่อการเติบโต ประกอบด้วย รายได้จากผู้ป่วยชําระเงินเอง สําหรับงวดหกเดือนแรก ปรับลดลง 2.40% จากจํานวนผู้ป่วยต่างชาติที่ชะลอตัว ทั้งจากภูมิภาคตะวันออกกลางและกัมพูชา สืบเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงผลกระทบชั่วคราวจากมาตรการ Copayment ของบริษัทประกันสุขภาพ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการของผู้ป่วยบางส่วน
สําหรับงวดครึ่งปีแรก รายได้ภายใต้โครงการประกันสังคม ยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้ที่ 2.21% YoY การเติบโตดังกล่าวขับเคลื่อนโดยรายได้จากสุขภาพผู้ประกันตน และรายได้เหมาจ่าย ซึ่งสะท้อนผ่านจํานวนผู้ประกันตนที่เข้ามาลงทะเบียนเพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนสําคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพให้กับโครงสร้างรายได้ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่รายได้จากการให้บริการของบริษัทย่อย (AMARC) ลดลง 29.36 ล้านบาท หรือ 10.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากกลยุทธ์ราคาเชิงรุกของบริษัทที่นํามาใช้เพื่อตอบสนองต่อสภาวะตลาดที่มีความผันผวนมากขึ้นในบริการทดสอบผักและผลไม้ส่งออก มีเป้าหมายเพื่อรักษาฐานลูกค้าหลักและคงส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยฝ่ายบริหารยังคงมีความเชื่อมั่นว่ามาตรการเชิงกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตที่มั่นคงในอนาคต
ด้วยสถานะกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและเพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 ในอัตรา 0.05 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 กันยายน 2569
“ในครึ่งปีหลัง LPH จะมุ่งเน้นการปรับพอร์ตโฟลิโอบริการทางการแพทย์ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยจะเร่งยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Excellence Centers) เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ป่วยที่มีศักยภาพสูง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุก (Active Cost Management) เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน” ดร.อังกูร กล่าว